25 พฤษภาคม 2008

บทความทวีวุฒิ จุลวัจนะ : สงครามประชาชนกับสื่อ “พึ่งเริ่มต้น”

โดย คุณทวีวุฒิ จุลวัจนะ
ที่มา เวบไซต์ thai-journalist-democratic-front
24 พฤษภาคม 2551

รถผมเสีย เลยต้องยืมรถน้องมาขับ และต้องฟังวิทยุที่เกือบจะพังอยู่แล้วของรถน้อง ก็รับได้แค่ 2-3 สถานี ในหนึ่งอันที่รับได้ ก็ของทหาร หน่วยงานไหนจำไม่ได้แล้ว แต่หลังจากฟังมาแล้ว นี้ก็เข้าวันที่ ห้าแล้ว ก็ถึงบางอ้อ ว่า สงครามระหว่างประชาชนและสื่อ เท่าที่เห็น ที่เริ่มๆ ปะทะกันจากทางอินเตอร์เนต โดยเฉพะกระดานกระทู้ที่ด่าสื่อกันยับ และกำลังแพร่เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยบางแห่งบางคณะ ที่ออกมาต่อว่าสื่ออย่างแรง ก็ชัดแจ้งเลย ว่าสงครามนี้ ระหว่างประชาชนและสื่อ “พึ่งจะเริ่มต้นขึ้นเอง”

ก็จะไม่ให้มันมีสงครามได้อย่างไร คือข่าวสี่ห้าวันที่ผ่านมา จากวิทยุรถน้อง มัน “สุดจะเสี้ยมเลย” ข่าวจักรภพ ของสถานีนี้ จะเริ่มต้นทุกครั้ง ว่า “เรื่องจักรภพหมิ่นสถาบันเบื้องสูง” แล้วนักข่าวก็จะเข้าเรื่องไป ผมก็นั่งคิด ตอนนี้มันตรวจสอบกันอยู่ ไม่ใช่หรือ แล้วพูดออกข่าวแบบนั้นได้อย่างไร แล้วก็มีเรื่อง “ม๊อบ” ของพันธมาร วิทยุก็จะเริ่มเรื่องนี้โดยบอกว่า “เรื่องพรรค พปช. หนีการยุบพรรค” ผมก็งง เพราะบอกกันว่าจะแก้ รธน.กัน หลังเลือกตั้งกัน ตั้งแต่โน่นแล้วนิ มาตอนนี้กลายเป็นหนีอะไรไปได้อย่างไร แล้วนักข่าวก็จะว่าไป

แล้วก็มีเรื่องแบบวันนี้ ข่าวเขาบอกว่า “เรื่องที่นักวิชาการออกมาต่อว่าทักษิณ เรื่องให้ต่างชาติทำนาในไทย” แล้วนักข่าวก็จะว่าไป ผมก็นั่งนึกว่า เอ นี่ข่าวสำนักอื่นมันแค่ทักษิณทำตลาด ขายข้าวให้ซาอุนี้ มีด้วยหรือให้ซาอุมาปลูกข้าว


ส่วนเสี้ยมแบบสั้นๆ มีทุกวัน ตลอดเวลา เท่าที่ผมติดตามสถานีนี้มา เช่น “วันนี้เราไปคุยมากับนักข่าว จากรายการที่ต้องปิดลง เพราะไม่พอใจ นปก.ที่ไม่ยอมลุกขึ้นถวายความเคารพ ในโรงภาพยนตร์ เชิญติดตามได้ตอน 4 โมงเย็น” แล้วก็ประกาศแบบนั้นทั้งวัน คงจะราวๆ 10-20 หน คือย้ำมันไม่รู้จะกี่หนว่า นปก.ไม่ยอมลุกถวายความเคารพ ผมก็งงเพราะข่าวออกมาคือ ปิดตัวลงเอง เพราะสังคมด่ามาก และ คนคนนั้นที่พูดถึง ก็ไม่ใช่ นปก. แต่พวก “2 ไม่เอา” คือไม่เอาทั้งทักษิณ และรัฐประหารของป๋า สุดท้าย จอมเสี้ยม สถานีนี้ ก็ออกมาบอกว่า “เรื่องประชามติที่จะทำ เพื่อหนีการประท้วงของประชาชน” แล้วนักข่าวก็เข้าเรื่องไป ผมก็คือไม่ใช่ “ชิมไปบ่นไป” แต่ “ฟังไป งงไป”

ท่านผู้อ่านคิดว่าอย่างไรบ้างหล่ะ กับสถานีข่าวอันนี้ คือฟังแล้ว “โกรธหรือไม่” ถ้าปัญหามันแค่สถานีนี้ มันก็คงจะไม่มีสงครามอะไรหลอกครับ แต่นี่มันแบบ “เบาๆ” เท่านั้นเอง ถ้าเทียบกับสถานีอื่น เช่นของในเครือ ผู้จัดการ ที่นั่นเขาเสี้ยมกันชนิด “มือโปร” จนเป็นสงครามข่าวเป็นการทำ “Propaganda” ไปแล้ว คือมันรุนแรงยิ่งกว่าสถานีนี้ของทหารมากมายนัก แล้วมันก็แปลก ที่การทำข่าวแบบนี้ ในแนว “เสี้ยมให้แตกแยกและเลือกข้าง” มันขยายวงไปทั่ว


เมื่อเช้านี่เอง ใครอยู่ขั้วทักษิณ แล้วดูช่อง 3 ก็จะต้อง “ตลึงและงงและโกรธ” สรยุทธ แน่นอน เพราะไปถึงโน่น เอาคำพูดคนด่าทักษิณเรื่อง “ซาอุมาดูนาไทย” ออกกันเป็นนานเป็นวรรคเป็นเวร มีภาพราวห้านาที ที่ชาวซาอุนั่งดูการทำนาอยู่กับทักษิณ แล้ว ท่านสรยุทธ ก็สรุปว่า “เรื่องนี้ทางผู้เกี่ยวข้อง ต้องออกมาพูดให้กระจ่าง” มันคืออะไรหรือครับ ที่สรยุทธทำลงไป มันก็คือการออกมา “ด่าทักษิณ” ทั้งที่ไม่รู้ความจริง และมีความข้างเดียว คือ “ขอกูด่าก่อนหล่ะ แล้วค่อยมาพูดกัน”

แล้วสื่อไทยก็เป็นแบบสรยุทธ เสียส่วนมากจริงๆ คือ “ด่าก่อน แล้วค่อยว่ากันทีหลัง” ถึงขนาดว่า สมาคมนักข่าวสมาคมสื่อ แทบทุกสมาคม จะเขียนไว้ในบทกำหนดด้านพื้นฐานของ “จริยธรรมและจรรยาบรรณนักข่าว” เลยว่า ถ้ามีความข้างเดียว ต้องระวัง และ ต้องเข้าหาข้อมูลอีกด้านมาเสนอ นี่อะไรกัน สรยุทธ ไปคว้าเอาความเห็นนักวิชาการที่ไหนมาด่าทักษิณ อยู่ทาง TV เกือบ 5 นาที ให้คนเป็นหมื่นเป็นแสนทั่วประเทศดู ทั้งที่มีข้อมูลแบบ “ด้านเดียว” ขออีกที ก็คือ “ด่าก่อน แล้วค่อยว่ากัน”

ก็เพราะการตรวจสอบแบบ “งี่เง่า” แบบนี้ของสื่อ แบบช่องวิทยุทหารนั้น หรือจะเป็นเอาแบบสรยุทธ ทางช่อง 3 เลยก็ได้ คนทั่วประเทศเลยถึงจุด “เอื่อมระอา” กับสื่อเหลือเกิน ในอินเตอร์เนต ตามกระดานกระทู้ คนออกมาด่าสื่อกันยับตลอดเวลา สมัยนี้ทางอินเตอร์เนต มีเว็บแล้ว สำหรับคนเกลียดสื่อ ที่จะเข้าไปอ่านข้อความ และบทความของคนเกลียดสื่อ เมื่อไม่นานมานี้ อาจารย์มหาวิทยาลัยดัง ต้องออกมาอัดสื่อกันโครมใหญ่ แล้วขอให้สื่อ “รับผิดชอบ” และ “มือโปรมากขึ้น” และยกตัวอย่างสื่อที่ให้ข้อมูลคน “2 ไม่เอา” คนนั้น ที่ไม่ยอมยืนเคารพในหลวง ในโรงหนัง แล้วเรียกร้องให้คนฟัง เอาข้อมูลที่อยู่คนคนนั้น ไปดัก “ทำร้ายร่างกาย” คนคนนั้น

สงครามนี้ประชาชนจะเป็นผู้ชนะแน่ๆ เพราะกำลังซื้ออยู่กับประชาชน ทางเลือกดีๆ เริ่มออกกันมาแล้ว เช่น หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือ “ประชาทรรศน์” และ “บางกอก ทูเดย์” ก็เป็นทางออกใหม่ๆ ให้ประชาชน ที่เบื่อมุมมองต่อต้านแต่ทักษิณ หนังสือพิมพ์ที่สุดเอนเอียง เข้าข้างอำมาตย์ เช่น มติชน และ เดลินิวส์ เริ่มมีเรื่องราวตรงๆ และเสนอด้านมุมมองของนักประชาธิปไตยออกมามากขึ้น ไทยรัฐนั้น กลายเป็นหนังสือพิมพ์ยักษ์ ที่เสนอมุมมอง “ครบทุกด้านทุกมุมมอง” มาพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ถ้าจะให้สรุปจากประสบการณ์ข่าว 20 ปีของผม ผมยังมองว่า 75% ของสื่อไทย ยังออกไปในแนว เครือ“ผู้จัดการ” คือ สุดจะเลือกข้างอำมาตย์ คือสุดจะสร้างข่าวมาโกหก หลอกลวงและปั่นหัวคนอ่าน และสุดท้าย สุดจะ “เสี้ยม” ให้แตกแยกกัน

สงครามมันจะแรงขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน แล้วสื่อไทยที่ “เก่งแต่เลือกข้าง เก่งเอนเอียง เก่งเสี้ยม เก่งแต่ด่า” จะมีปัญหาในการปรับตัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด ช่องว่างมันจะใหญ่มาก มากจน “สื่อและประชาชน” ที่อยู่คนละข้างตอนนี้ จะปะทะกันรุนแรง มันอาจจะเริ่มโดยพลพรรค เช่น มหาประชาชน ออกไปกว้านซื้อผู้จัดการ แล้วเอาไปทำปุ๋ยหมัก แจกจ่ายชาวสวน มันอาจจะเริ่มโดยกลุ่ม TSCB ออกไปประท้วงใหญ่ หน้าบริษัทที่ลงโฆษณามากๆ ใน มติชน มันอาจจะมาจาก กลุ่ม นปช.ที่ออกล่ารายชื่อ ขอให้สภาผ่านกฎหมายสนับสนุนให้มีองค์กรอิสระ มาดูแลสื่อ มันอาจจะมาจาก ยุทธการฟ้องร้องสื่อ ครั้งใหญ่ โดยมีการตั้งกองทุนมาสนับสนุนการฟ้องร้องกันเลย ฟ้องกันแบบทุกเรื่อง ที่ฟ้องได้ และฟ้องแบบต่อเนื่อง ซึ่งถ้าดูจริงๆ มีผู้เสียหายที่ฟ้องร้อง สื่อได้ทุกวัน

จะอย่างไรก็ตาม มันแน่นอนว่าสังคมไทย ไม่สามารถที่จะอยู่รอดไปได้ตลอด ด้วยสันติและมีความเจริญก้าวหน้า ถ้าปล่อยให้สื่อ “เลวลง” อย่างต่อเนื่องเช่นตอนนี้ และเพราะเช่นนั้น คนจะค่อยๆ หันมา ต่อต้านสื่อมากขึ้น จนท้ายสุด พัฒนาการ กลายเป็นสงครามระหว่างสื่อและประชาชน