
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 เมษายน 2552
กระบอกเสียงลิ้มออกตัว หลังจากนั่งเทียนเขียนข่าวจับมือฆ่าลิ้มได้แล้วพร้อมโยงใส่ทักษิณบงการ ล่าสุดอ้อมแอ้มตำรวจยังไม่เปิดปาก ส่วนแม้วอาจไม่มีส่วนรู้เห็น สุดท้ายโดน"ธานี"รองผบ.ตร.ตอกหน้าเป็นแค่ข่าวลือ คู่หูนรกเนชั่นกนก-ธีระแขวะซ้ำไม่ได้ลงข่าวผิดที่ว่าตำรวจจับได้ใน7วัน ยังไงก็ต้องภายใน7วันแน่ๆคือวันจันทร์ยันวันอาทิตย์ สนธิปฏิเสธลูกน้องเก่าอ้างไม่กล้าเปิดปากพร้อมเผ่นหนี ลั่นพรุ่งนี้แถลงหมดเปลือก ยันไม่ไปแสวงบุญอินเดีย
ตำรวจยันยังไม่จับมือฆ่า สนธิลั่นพรุ่งนี้เปิดหมดเปลือกยันไม่ไปแสวงบุญอินเดีย
วันนี้ (30 เม.ย.) เวลา 09.30 น.ที่บ้านพระอาทิตย์ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนคดีลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ พร้อมด้วยทีมพนักงานสอบสวน ได้เดินทางเข้าสอบปากคำนายสนธิด้วยตนเอง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำ และหลังจากการสอบปากคำเสร็จสิ้น นายสนธิจะเปิดให้ผู้สื่อข่าวทำการซักถาม จากนั้นได้ยืนยันว่า ยังไม่ได้จับกุมใครตามข่าวลือ
"กระแสข่าวเกี่ยวกับการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้วว่า ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยขณะนี้ชุดสืบสวนไม่ว่าทีมใดก็ตามยังไม่มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสิ้น โดยตอนนี้มีแต่พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีเท่านั้น"พล.ต.อ.ธานียืนยัน
ส่วนนายสนธิปฏิเสธข่าวที่นายไพศาล มังกรไชยา ลูกน้องเก่าไปพูดทางรายการวิทยุว่านายสนธิยังไม่สามารถพูดได้เต็มที่ในเรื่องคดี และแถลงเสร็จอาจไปแสวงบุญอินเดียและพักในต่างประเทศยาวนานนั้น นายสนธิกล่าว่าพรุ่งนี้เขาจะพูดเรื่องถูกสังหารแบบหมดเปลือก และปฏิเสธเรื่องเดินทางไปอินเดียเพื่อแสวงบุญ
"ผมไม่เคยกังวลต่อเหตุการณ์ใด และไม่เคยจะปลีกวิเวกไปเนปาล กับอินเดีย ตามที่เป็นข่าว"นายสนธิกล่าว
สรุปกระบอกเสียงลิ้มนั่งเทียนเขียนข่าว
หลังจากออกข่าวเป็นตุเป็นตะว่าสามารถจับกุมมือปืนสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุลได้แล้ว เป็นทหาร2นายพลเรือน1คน ล่าสุดสายวันนี้เวบไซต์ผู้จัดการ สื่อกระบอกเสียงนายสนธิได้ออกตัวแล้ว โดยอ้างว่า ตำรวจที่เกี่ยวข้องยังไม่เปิดปาก แต่ก็ไม่วายโยงหาเรื่องอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรตามเคย ทั้งที่สำนักข่าวหลายแห่งได้ออกข่าวการปฏิเสธข่าวลือเรื่องนี้ไปแล้ว ขณะที่กนก-ธีระ คู่หูนรกค่ายเนชั่นแขวะว่า ที่พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมืองบอกจับได้แน่ใน7วันก็คงไม่ผิด ผู้จัดการลงข่าวก็ไม่ผิด เพราะภายใน7วันหมายถึงวันจันทร์ไปยันวันอาทิตย์
คู่หูนรกเด็กหยุ่นแขวะกระบอกเสียงลิ้มจับได้ใน7วันจันทร์ถึงอาทิตย์
ทั้งนี้คู่หูนรกค่ายเนชั่น ซึ่งมีพฤตการณ์เอียงข้างพันธมิตรทุกเรื่อง จัดรายการเก็บตกจากเนชั่น ทางโทรทัศน์เนชั่นแชแนล ช่วงเวลาราว08.30-09.00 น.วันนี้ เล่าข่าวที่เวบไซต์ผู้จัดการลงเมื่อวานว่าจับมือปืนยิงนายสนธิได้แล้ว2รายเป็นทหาร2และพลเรือน1รายนั้น ล่าสุดตำรวจที่เกี่ยวข้องออกมาปฏิเสธแล้วว่าเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น การที่เวบไซต์ผู้จัดการบอกว่าพล.ต.ท.อัศวินพูดว่าจะจับได้ภายใน7วันนั้น ก็คงไม่ผิด คือพล.ต.ท.อัศวินก็ไม่ผิด เวบผู้จัดการก็ไม่ผิด เพราะ7วันที่ว่านี้อาจหมายถึงวันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ ไม่วันใดก็วันหนึ่งอยู่ภายใน7วันนี้ แต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
นายกนกยังได้เล่าถึงข่าวที่นายไพศาล มังกรไชยา อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารผู้จัดการรายเดือน ลูกน้องเก่านายสนธิพูดออกวิทยุรายการข่าวเด่นประเด็นร้อนทางคลื่น96.5เมื่อวันที่28ที่ผ่านมาว่า นายสนธิแถลงข่าวในวันศุกร์ที่1พ.ค.แล้วจะเดินทางจาริกแสวงบุญในประเทศเนปาลและอินเดีย จากนั้นจะไปพักในต่างประเทศ ในประเทศใดประเทศหนึ่งยาวนาน โดยแสดงความห่วงกังวลต่อความเคลื่อนไหวของพันธมิตรจะอ่อนลงเมื่อนายสนธิไม่อยู่
กระบอกเสียงลิ้มออกตัวแล้วอ้างตำรวจไม่เปิดปากข่าวนั่งเทียนจับมือฆ่าลิ้ม
หลังจากนำเสนอข่าวเป็นตุเป็นตะไปว่าจับได้แน่นอนแล้ว มาวันนี้เวบผู้จัดการออกตัวด้วยการพาดหัวข่าวว่า ตำรวจยังไม่เปิดปาก พร้อมกับโยงไปหาทักษิณตามเคย โดยมีรายละเอียดดังนี้
ธานี-อัศวิน"ยังไม่ยอมเปิดปาก เหตุควบคุม 3 ผู้ต้องสงสัยทีมยิง"สนธิ ลิ้มทองกุล"ระบุ ชุดสืบสวนเร่งทำงานอยู่ ขณะที่ ทางสืบสวนพุ่ง 2 กลุ่มผู้ต้องสงสัย เชื่อมโยงใกล้ชิด"ทักษิณ"อาจร่วมขบวนการ โดยที่นายใหญ่ ไม่ได้รับรู้
วันนี้(30 เม.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการคลี่คลายคดีลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา มีรายงานข่าวแจ้งว่า ชุดเฉพาะกิจที่ได้รับมอบหมายให้สืบสวนสอบสวนคดีนี้ ซึ่งแกนหลักเป็นตำรวจกองปราบปราม ได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนตลอดทั้งวันในหลายจังหวัด อาทิ ราชบุรี กาญจนบุรี และ ลพบุรี และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ได้ รวม 3 คน เป็นทหาร 2 นาย และพลเรือน 1 คน โดยได้นำตัวมาสอบสวนที่เซฟท์เฮาส์แห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร แต่ยังไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหานั้น
อย่างไรก็ตาม จากรายงานข่าวดังกล่าว จากการสอบถาม พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าชุดคลี่คลายคดีดังกล่าว ได้ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดถึงความคืบหน้า โดยระบุเพียงว่า เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่
ขณะที่ พล.ต.ท. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองหัวหน้าชุดคลี่คลายคดี กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกคน ได้ลงพื้นที่ตามที่ได้รับมอบหมาย แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
สำหรับแนวทางสืบสวนสอบสวนในการคลี่คลายคดีลอบยิงนายสนธิ ตั้งแต่เกิดเหตุ มีรายงานว่าชุดสืบสวนได้พุ่งเป้าไปที่ 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกที่ชุดสืบสวนเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว คือกลุ่มของนาย จ.นักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ จ.ลพบุรี ที่มีความกว้างขวาง และสนิทกับทหารหน่วบรบพิเศษ และเป็นเจ้าของวินรถตู้รายใหญ่ในพื้นที่ลพบุรี โดย นาย จ. มีความสนิทสนม กับนาย ส.นักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเป็นเจ้าของวินรถตู้ในพื้นที่อยุธยา นอกจากนั้นนาย ส.ถือเป็นคนที่มีความสัมพันธ์และรับใช้แบบถวายชีวิต แก่ นางพจนีย์ ณ ป้อมเพชร แม่คุณหญิงพจมาร แต่หลังจากใช้เวลาในการติดตามความเคลื่อนไหว ชุดสืบสวนเชื่อว่า มีความเป็นไปได้น้อย เนื่องจากการก่อเหตุในครั้งนี้ ต้องเป็นผู้ที่มีศักยภาพสูง
ส่วนกลุ่มที่ 2 ที่ชุดสืบสวนเกาะติด คือ กลุ่มผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากพยานหลักฐานพบว่ามีความเป็นไปได้ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ ที่จะเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ ซึ่งกลุ่มดังกล่าว มี เสธ.คนดัง เป็นผู้บงการใหญ่ โดยการเรียกใช้อดีตนายทหาร ที่เคยต้องคดีฆ่าคนตาย มาเป็นคนรับงาน จากนั้นได้ประสานกับ นักการเมืองระดับชาติ ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่มีความใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้จัดหาทีมมือปืน ในลงมือปฎิบัติการในครั้งนี้
อย่างไรก็ตามสำหรับกลุ่มผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 กลุ่ม ถือเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกอบกับ ในครั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เรืองอำนาจ บุคคลเหล่านั้น ก็ได้รับประโยชน์จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนการก่อเหตุในครั้งนี้ ทางสืบสวนเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง คือ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะรู้เห็น หรือ ไม่มีส่วนรู้เห็นในการก่อเหตุในครั้งนี้
พบผู้จัดการออกตัวหลังจากตำรวจปฏิเสธข่าวลือกับสำนักข่าวหลายสำนัก
ก่อนหน้านี้เมื่อค่ำวานนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลปฏิเสธข่าวที่เวบไซต์ผู้จัดการนำเสนอข่าวว่ามีการจับกุมมือปืนสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นทหาร2นาย พลเรือน1ราย ระบุเป็นรายงานข่าวคลาดเคลื่อน
สำนักข่าวINNรายงานว่า พ.ต.อ.ปรีชา ธิมามนตรี รองผู้บังคับการศูนย์สืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า ชุดสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ยังไม่มีการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย หรือผู้ต้องแต่อย่างใด เข้าใจว่าเป็นกระแสข่าว ที่คลาดเคลื่อนเท่านั้น ส่วนจะเป็นชุดสืบสวนของ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปจับกุมหรือไม่นั้นตนเองไม่ทราบ
เช่นเดียวกับ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาจริงหรือเป็นเพียงกระแสข่าว เนื่องจากจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานแต่อย่างใด
สำนักข่าวNATION รายงานข่าวทำนองเดียวกันว่า ยันยังไม่มีรายงานการจับกุมมือปืนลอบยิง"สนธิ" โดยรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยัง พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผช.ผบ.ตร.ซึ่งทางปลายสายอ้างว่าเป็นนายเวร ของ พล.ต.ท.อัศวิน โดยกล่าวยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด
กระบอกเสียงลิ้มเป็นตุเป็นตะจับแล้วโยนทักษิณตามระเบียบ
เวบผู้จัดการ อ้างว่าวานนี้ (29 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการคลี่คลายคดีลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการ ว่าหลังจากชุดสืบสวนชุดใหญ่ ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรองหัวหน้าชุดคลี่คลายคดี ได้ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ล่าสุด มีรายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้วรวม 3 คน เป็นทหาร 2 คน และ พลเรือน 1 คน โดยขณะนี้ ถูกนำตัวมาสอบสวน ณ ที่แห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อทำการสอบสวน ขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง และผู้บงการใหญ่
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากทางสืบสวนเชื่อว่า มีนายทหารนอกราชการ ที่เคยก่อคดีอื้อฉาว ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของ เสธ.คนดัง ที่เรืองอำนาจในยุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยทางสืบสวน เชื่อว่า นายทหารนอกราชการคนดังกล่าว รับงานมาและได้ประสานให้นักการเมืองระดับชาติ ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่มีความใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้จัดหาทีมมือปืน ในลงมือปฎิบัติการในครั้งนี้
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ชุดสืบสวนเชื่อมั่นว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้ มีความเป็นไปได้ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ ที่จะเป็นกลุ่มคนร้ายตัวจริง ส่วนจะโยงไปยังผู้บงการใหญ่ ได้หรือไม่ ชุดสืบสวนยังไม่มั่นใจว่า พยานหลักฐาน และการสอบปากคำ ผู้ต้องสงสัย จะโยงไปถึงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม การจับกุมผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้ สอดคล้องกับการให้ข่าวของ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ที่เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าหลังร่วมประชุมคณะทำงานคลี่คลายคดีว่า เรื่องคดีต้องสอบถาม พล.ต.อ.ธานี ส่วนเรื่องการจับกุมนั้นภายใน 7 วันจะมีข่าวดี
"ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ภายใน 7 วันนี้แหละจะมีข่าวดี ซีเรียสทอล์กนะเนี่ย”พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวอย่างอารมณ์ดี โดยย้ำประโยคที่ว่า ซีเรียสทอล์กถึงสองสามครั้ง
ขณะที่ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวน เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมาว่าภายในสัปดาห์นี้จะได้ความชัดเจนเรื่องการสอบสวน
ลูกน้องเก่าปูดมา1วันแล้วก่อนเวบผู้จัดการออกข่าว

นายไพศาล มังกรไชยยา ผู้ดำเนินรายการวิทยุ"ข่าวเด่นประเด็นร้อน"ทางสถานีวิทยุคล่นความคิด F.M.96.5 MHz อสมท.กล่าวทางรายการเมื่อเย็นวานก่อนนี้(28เม.ย.)ว่า ตำรวจได้มุ่งเป้าสอบสวนไปยังนักการเมืองในพื้นที่จังหวัดอยุธยา และกาญจนบุรี รวมทั้งทหารที่เป็นเสธ.ผู้กว้างขวางรายหนึ่งคาดว่าจะจับกุมตัวได้ใน7วันตามที่พล.ต.ท.อัศวินระบุ
นายไพศาลยังได้กล่าวว่า ในเวลา 12.30 น.วันที่1พฤษภาคมนี้ นายสนธิจ ลิ้มทองกุล จะเปิดแถลงข่าวเบื้องหลังการถูกลอบสังหาร อย่างไรก็ตามแหล่งข่าววงในใกล้ชิดนายสนธิกล่าวให้นายไพศาลฟังว่า นายสนธิอาจเปิดใจได้ไม่มาก เพราะจะเปิดเผยว่าเป็นฝีมือใครก็คงยังไม่ได้ แต่จะเล่าเหตุการณ์วันที่โดนลอบสังหารเท่านั้นว่า เหตุการณ์ในตอนนั้นเป็นอย่างไร
"ส่วนการพูดเบื้องหลังคนสั่งการให้ลอบสังหารก็พูดไม่ได้ว่ามีสีหรือไม่มีสี แม้แต่เปิดเผยว่าว่าเป็นผู้หญิง หรือผู้ชายก็พูดไม่ได้ หรือผู้หญิงร่วมกับชายร่วมมือกันก็พูดไม่ได้"นายไพศาลกล่าวเป็นเชิงปริศนา
นอกจากนั้นอาจเป็นการพูดเปิดใจครั้งสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปถึงความเคลื่อนไหวของพันธมิตรเสื้อเหลืองในระยะต่อไป และอาจมีความเป็นไปได้ว่า จะเป็นการเปิดใจครั้งสำคัญก่อนตัดสินใจปลีกวิเวก ซึ่งคราวนี้อาจไม่ใช่แค่ไปวัดป่าบ้านตาด อุดรธนานี ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนเท่านั้น แต่คงเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนจะไปสั้นหรือยาวก็แล้วแต่นายสนธิตัดสินใจ
เท่าที่ทราบนายสนธิอาจเดินทางไปจาริกแสวงบุญตามรอยพระพุทธเจ้าที่ประเทศเนปาล และอินเดีย แล้วก็อาจไปพำนักต่างประเทศในประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นระยะเวลาค่อนข้างยาวนาน ทั้งนี้จากการเปิดเผยของคนใกล้ชิดนายสนธิ
อย่างไรก็ตามนายไพศาลกล่าวว่า การที่นายสนธิจะไปอยู่ต่างประเทศนานคงไม่มีผลกระทบต่อความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพันธมิตร เพราะแม้นายสนธิจะไปอยู่ต่างประเทศที่ไหนก็สามารถวิดิโอลิ้งค์เข้ามาได้แบบเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
"คนใกล้ชิดบอกว่านายสนธิอาจต้องตัดสินใจต่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าพอสมควร คงต้องคิดด้วยว่าคนที่เจอเหตุการณ์หนักๆมาแบบนี้แม้จะมีความแข็งแกร่งปานใด ก็อาจทบทวนความเคลื่อนไหว แต่นี่ไม่ใช่การถอย แต่เป็นการพลิกแพลงการต่อสู้"นายไพศาลอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดนายสนธิ
คลิ้กฟังรายการวิทยุที่นายไพศาลพูด คลิ้กที่นี่โดยอยู่ในช่วงนาทีที่38-50
กระบอกเสียงลิ้มเงียบไม่ยอมออกข่าวนายจ่อเผ่นหนีเมืองนอก
มติชนออนไลน์ ได้นำเสนอข่าวนี้เป็นเรื่องใหญ่ โดยพาดหัวว่า สนธิ"เตรียมเก็บตัวตปท. คาดแสวงบุญที่"เนปาล-อินเดีย" แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้จัดการไม่ได้นำเสนอข่าวนี้เลย จู่ๆก็มาออกข่าวการจับกุมมือปืนได้ ซึ่งก็เป็นข่าวเก่าที่นายไพศาลเคยไปพูดไว้ทางรายการวิทยุวันก่อน อาจเป็นไปได้ว่าใช้ข่าวนี้มากลบข่าวนายสนธิเตรียมไปกบดานในต่างประเทศ






















