30 กรกฎาคม 2552

สื่อมวลชน:เครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของชนชั้นปกครอง


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 กรกฎาคม 2552
*บทความเกี่ยวเนื่อง:ซีรีส์สุดมันส์ลากไส้สื่อเห้

ขอเชิญร่วมแลกเปลี่ยนถกเถียง ในหัวข้อ
“สื่อมวลชน : เครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อของชนชั้นปกครอง”
นำเสนอโดย สาทร ศรีเกตุ
นิสิตป.เอก รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

ประเด็น
- นายทุนสื่อมวลชนไทย ผู้แสวงหากำไรสูงสุดและอำนาจการครอบงำ
- กลยุทธการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร
- ภาพมายาที่ถูกสร้างขึ้นโดยสื่อโฆษณาสินค้า
- ละครน้ำเน่าการผลิตซ้ำของวัฒนธรรมไทยล้าหลัง


ในวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2552 เวลา 16.00-18.00 น.

ห้องกระจก ชั้น 2 ตึก 2 รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

จัดโดยองค์กรสังคมนิยม “เลี้ยวซ้าย” www.pcpthai.org

สอบถามเพิ่มเติม 085-8530329 หรืออีเมล์ turnleft2008@gmail.com

29 กรกฎาคม 2552

จาตุรนต์:วิกฤตประเทศไทยกับการพูดข้างเดียว(ของรัฐบาล)


ที่มา เครือข่ายจาตุรนต์

หมายเหตุ -นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เปิดตัวหนังสือเสียง (Audio Book ) เรื่อง “ความจริงวิกฤตประชาธิปไตย 27 ประเด็นที่สังคมไทยต้องการคำตอบ”ดำเนินรายการโดยนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ สำหรับหนังสือนี้เป็นหนังสือเสียงการเมืองเล่มแรกของประเทศไทย อยู่ในรูปแบบของแผ่นซีดี สามารถใช้เครื่องเล่น MP3 ใช้โทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ในการรับฟังเนื้อหา สำหรับการผลิตครั้งนี้ ภายใต้การควบคุมของนางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ ให้เสียงบรรยายโดย จิราภรณ์ สุมณศิริ - จอม เพชรประดับ ณ ห้องกิ่งเพชร โรงแรมเอเชีย ราชเทวี เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2552

“วิกฤตประเทศไทยกับการพูดข้างเดียว (ของรัฐบาล)”


สุรนันทน์ : ที่บอกว่าสถานการณ์วิกฤตตั้งแต่เปิดตัวหนังสือมาจนถึงวันนี้ ความรู้สึกของประชาชนมันรู้สึกอึดอัดมากขึ้น วิกฤตมากขึ้น ทำไมวิกฤตตรงนี้ จึงมีความผสมผสานกันทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ต้อตอของวิกฤตคืออะไร

เป็นความไม่พอใจกับระบบที่เป็นอยู่เป็นเรื่องที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เนื่องจากว่าคนครึ่งประเทศเลือกอีกพรรคการเมืองพรรคหนึ่งมา เกิดกระบวนการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี 2 คน เปลี่ยนรัฐบาลไป 2 รอบ และต่อมาก็กลายเป็นฝ่ายค้าน เขาก็เห็นว่ากติกาแบบนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย


จาตุรนต์ : วิกฤตการเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจเกิดขึ้นพร้อมๆกัน ก็อาจจะเรียกได้ว่า เป็นความบังเอิญอยู่ด้วย การเกิดวิกฤตการเมือง วิกฤตเศรษฐกิจ ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นพร้อมกัน อาจจะไม่ได้มาจากเหตุเดียวกัน

เราเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 แต่ในขณะนั้นเราได้ผ่านการปฏิรูปการเมือง วิกฤตการเมืองเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นแล้ว ช่วงปี 2534 - 2535 สังคมไทยก็พยายามแก้ปัญหาโดยการปฏิรูปการเมือง แล้วมาแก้รัฐธรรมนูญปี 40 ใช้พอดี แล้วเราก็มาเจอวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายก็สามารถแก้วิกฤตเศรษฐกิจร่วมกัน ถึงแม้ว่าจะแก้ไม่ค่อยได้ดี

รัฐบาลหลังจากปี 2540 แก้ไมได้ แต่ก็มีกระบวนการทางการเมืองมาช่วยแก้ปัญหา ในการเลือกตั้งปี 2544 ได้รัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ โดยที่ในระหว่างนั้นก็ไม่มีการขัดแย้งอะไรมากๆ ไม่มีการมาประท้วงไล่รัฐบาล หรือรัฐบาลต้องมาคอยแก้ไขปัญหาการเมืองอะไร

พอมาครั้งนี้เราเริ่มมีปัญหาเศรษฐกิจบ้างแล้วจากเรื่องราคาน้ำมัน เรื่องโน้นเรื่องนี้ต่อกันมาตั้งแต่โรคซาร์ส ไข้หวัดนกเรื่อยมา ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจมีบ้างแล้ว

แต่มาเกิดปัญหาการเมืองในช่วงต้นปี 2549 เกิดการยึดอำนาจ และหลังจากนั้นที่เราบอกว่า ยึดอำนาจประชาธิปไตยถอยหลังชั่วคราว พวกที่ชอบอธิบายแทนฝ่ายที่ยึดอำนาจ ก็บอกว่า ถอยหลังชั่วคราวเพื่อจะก้าวไปเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

แล้วหลายคนอีกเหมือนกันที่วิจารณ์ ผมก็วิจารณ์เหมือนกันในหนังสือนี้ว่า ไม่ใช่การถอยหลังชั่วคราว เป็นการถอยหลังก้าวใหญ่ และเป็นการดึงให้ประเทศไทยถอยหลังมากยิ่งขึ้น

มาที่คำถาม หนังสือ เล่มนี้ตีพิมพ์หลังจากได้รัฐบาลนี้มาแล้วระยะหนึ่ง วิเคราะห์ไว้ว่า การที่รัฐบาลนี้มาจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ต่อเนื่องมาจากการยึด อำนาจ การเขียนรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และ ในที่สุดรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ได้ล้มรัฐบาล จะเรียกว่า 2 รัฐบาล ล้มนายกรัฐมนตรีไป 2 คน โดยกลไกตามรัฐธรรมนูญ บวกด้วยการเคลื่อนไหวนอกสภา บีบคั้นรัฐบาล

ผสมกับการสนับสนุนของผู้อยู่ในอำนาจที่ควรจะแก้ปัญหา แต่ไม่แก้ เมื่อรวมกันแล้ว ได้มาเป็นรัฐบาล ก็กลายเป็นรัฐบาลที่พูดได้ว่า เป็นรัฐบาลที่ได้มาโดยไม่ชอบ และอยู่ภายใต้กติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย รวมทั้งเกิดกรณีที่ไม่เป็นธรรม ไม่ยุติธรรม ไม่เป็นไปตามหลักการของความยุติธรรม

การได้รัฐบาลในสภาพอย่างนี้ ภายใต้กติกาอย่างนี้ ได้บรรยากาศทางการเมือง สภาพแวดล้อมทางการเมืองอย่างนี้ จึงไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาการเมืองได้ นอกจากนั้นจะเป็นระบบคล้ายๆกับกินตัวเองไปเรื่อยๆ เราก็จะพบกับความไม่พอใจที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เฉพาะกับรัฐบาล

แต่เป็นความไม่พอใจกับระบบที่เป็นอยู่เป็นเรื่องที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เนื่องจากว่าคนครึ่งประเทศเลือกอีกพรรคการเมืองพรรคหนึ่งมา เกิดกระบวนการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี 2 คน เปลี่ยนรัฐบาลไป 2 รอบ และต่อมาก็กลายเป็นฝ่ายค้าน เขาก็เห็นว่ากติกาแบบนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยได้ มีกลไกอะไรไม่รู้มาล้มล้างหักล้างประชาธิปไตยของประชาชนไป


สุรนันทน์ : ถ้าฟังไม่ผิด ข้อแตกต่างระหว่างปี 2540 หรือปีนี้ ปี 2540 เรามีวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงด้วย แต่เรามีรัฐธรรมนูญที่มีกติกาที่ทุกคนยอมรับ เลยแก้ปัญหาได้ แม้ในช่วงแรกการบริหารการจัดการจะยังมีปัญหา แต่คราวนี้มีวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งทีแรกเราคิดว่า ไม่แรง แต่กติกามันไม่ใช่ เป็นรัฐธรรมนูญอีกฉบับหนึ่ง ทำให้วิกฤตนั้นแรงขึ้น

เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วประเทศไทยไม่ควรเกิดวิกฤตหนักๆ แบบเรียกว่าติดอันดับไปกับเขาด้วย ไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น
แต่ว่าที่เป็นอย่างนั้น สาเหตุที่สำคัญคืออะไร สนามบินสุวรรณภูมิถูกยึด คนไม่อยากมาเที่ยว เสถียรภาพทางการเงินไม่มี


จาตุรนต์ : คือเราไม่ควรเจอกับปัญหาเศรษฐกิจหนักกว่าหลายๆประเทศ เนื่องจากต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่เราแล้ว

ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาในเรื่องสถาบันการเงิน ธนาคาร ไม่เหมือนครั้งนั้นเลย พอเราผ่านวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 มาแล้ว เราเข้มงวดกันมากขึ้น ระบบสถานบันการเงิน ธนาคารมีมาตรการเข้มงวดกวดขันมากๆ การที่จะนำเงินทุนเข้ามามากๆ เหมือนกับการเปิดเสรีทางการเงินสมัยก่อนก็ทำไม่ได้ การที่จะไปให้เครดิตมากๆอย่างที่ต่างประเทศทำกัน ก็ไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย

เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วประเทศไทยไม่ควรเกิดวิกฤตหนักๆ แบบเรียกว่าติดอันดับไปกับเขาด้วย ไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น

แต่ว่าที่เป็นอย่างนั้น สาเหตุที่สำคัญคืออะไร สนามบินสุวรรณภูมิถูกยึด คนไม่อยากมาเที่ยว เสถียรภาพทางการเงินไม่มี

คำถามยอดฮิตของคนไทยเอง คนต่างประเทศ นักลงทุน และผู้สื่อข่าวต่างประเทศคือ ต่างวิเคราะห์กันไปว่า รัฐบาลนี้จะอยู่ถึงสิ้นปีไหม พอเขาถามอย่างนี้ใครจะมาลงทุน การลงทุนไม่มี การส่งออกต่างประเทศมีปัญหา เพราะกำลังซื้อน้อยลง การลงทุนก็น้อย การ ท่องเที่ยวก็น้อย เราก็เจอปัญหาที่หนักกว่าที่เราควรจะเป็น ในการแก้ปัญหาเรามาพบกับสภาพที่รัฐบาลซึ่งที่มีมาแบบพิเศษนี้ จำเป็นต้องพึ่งหลายฝ่ายมาก

รัฐบาลนี้แกนนำรัฐบาลดูแลได้เพียงกระทรวงเดียว ที่เป็นกระทรวงที่มีหน้าที่ทางเศรษฐกิจ คือกระทรวงการคลัง และปัจจุบันการใช้นโยบายการคลัง การใช้จ่ายภาครัฐไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ลำบากมาก ทำได้จำกัดมาก เพราะว่าประเทศเสียหาย เนื่องจากการส่งออกน้อยลงไปมาก ซึ่งการส่งออกในประเทศไทยใหญ่โตมาก ใหญ่กว่ารายจ่ายในภาครัฐบาลมาก และลดลงไป ล่าสุดลดไป 25 เปอร์เซ็นต์ ธรรมดาการส่งออกประเทศไทยขยายตัวปีหนึ่งประมาณ 15 - 17 เปอร์เซ็นต์แทบทุกปีก่อนหน้านี้ เวลานี้นอกจากไม่ขยายตัวแล้วยังติดลบ 20 เปอร์เซ็นต์ หลังสุดติดลบ 25.5 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับต่างกัน 40 เปอร์เซ็นต์ บวก 15 มาเป็นลบ 25 เปอร์เซ็นต์ ต่ำลงไปมากจนน่าตกใจ

การเพิ่มงบประมาณภาครัฐ บอกว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจใช้เงิน 8 แสนล้านบาท ทำไปพักหนึ่ง ผ่านไปครึ่งปี รัฐบาลขาดรายรับจากภาษีต่างๆ 3 แสนกว่าล้าน มีการประมาณการว่า ในงบประมาณปีนี้รัฐบาลไทยจะขาดดุลงบประมาณอยู่ประมาณ 6 แสนล้านบาท เงิน 8 แสนล้านที่กู้กันมานี้ บอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การจะกระตุ้นเศรษฐกิจต้องใช้ไป 2 - 3 ปี แค่ปีนี้ปีเดียวเอาไปใช้เงินคงคลังก็หมดแล้ว

เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายภาครัฐจำกัดมาก นโยบายการคลังอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีคลังคุยกัน แต่ไม่สามารถดูแลกระทรวงอื่นที่เป็นกระทรวงสำคัญอื่นๆได้เลย เพราะว่ายกให้พรรคร่วม เนื่องจากต้องตอบแทนบุญคุณพรรคร่วมที่อุตสาห์ย้ายข้างมา เพราะฉะนั้นไม่สามารถดูแลอะไรได้

นอกจากเรื่องเซ็นอนุมัติขายข้าว เซ็นก่อนมติครม.หรือไปเซ็นย้อนหลัง แค่นี้นายกฯก็แก้ไม่ได้แล้ว และจะคุยกับรัฐมนตรีต่างๆได้ยังไง กรณีรถเมล์ 4,000 คันเข้าแล้วเข้าอีกอยู่อย่างนั้น เวลานี้กลับไปสภาพัฒน์ฯ ยืดเวลาออกไปอีก ขึ้นป้ายกันไปว่า จะ ทำเพื่อคนกรุงเทพฯยังไง แต่เรื่องยังทบทวนอยู่ การที่รัฐบาลดูแลกระทรวงสำคัญๆทางเศรษฐกิจไม่ได้เลย การแก้ปัญหาก็ยากมาก เหลือกระทรวงการคลังกระทรวงเดียว ทำได้คือขึ้นภาษีกับกู้

มันก็ยากผิดปกติ เสร็จแล้วยังต้องคอยเอาใจกองทัพ กระทรวงกลาโหมของบประมาณบอกซื้อเครื่องบิน รัฐบาลทำท่าขึงขังเอาไว้ก่อน พอเอาเข้าจริงๆ เขาบอกว่า ขออนุมัติหลักการก่อนแล้วกัน ตรงนั้นหลักการแปลว่าอะไร แปลว่าก็เดี๋ยวได้เงินมาชัดเจนอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นการต้องพึ่งหลายฝ่ายอย่างนี้ จะทำอะไรได้ง่ายๆไม่ได้


สุรนันทน์ : หากฟังตอนแรกคือ กติกามันผิด ส่วนที่สองคือการบริหาร การจัดการ เลยเพี้ยนไปด้วย มาส่วนที่สาม เมื่อกติกาผิด หลักการบริหารเพี้ยน คนทำนั้นทำเป็นหรือเปล่า ทั้งสามส่วนนี้ทิ้งน้ำหนักไปที่ไหน

เรื่องสำคัญที่สุด ผมคิดว่ายังอยู่ที่การประชุมหารือ หาข้อสรุปและสั่งการ ไม่ใช่เดินไป หรือแค่ปาฐกถาหรือเปิดงานแค่นี้ไม่ได้..เราจะพบนายกฯไปเปิดงานไปเป็นสักขีพยานในการประกวด ชื่อหมีแพนด้า คือผมเข้าใจว่า การจัดคิวมีปัญหามาก การจัดคิวนายกฯมีปัญหามาก


จาตุรนต์ : การบริหาร การเป็นผู้บัญชาการ ผู้สั่งการในภาวะวิกฤต เราต้องการการบริหารท่ามกลางวิกฤต เพราะว่าต้องมีผู้รับผิดชอบ ต้องมีผู้นำ ต้องสามารถที่จะจัดให้มีการหารือฝ่ายต่างๆ และหารือผู้รับผิดชอบ

ความจริงผู้รับผิดชอบคืออะไร คือรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ และข้าราชการระดับสูงๆ หารือตัดสินใจ สั่งการ บัญชาการ ประสานงานว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เราไม่เห็นบรรยากาศนี้เลยในช่วง 6 เดือนนี้มานี้ ในครม.มีเพียงแค่ว่า มีเรื่องนี้เข้ามาแล้วก็ตีกลับไป เรื่องนี้เข้ามาเห็นชอบก็แถลงไป แต่ว่าไม่มีบรรยากาศว่า ทำยังไงจะแก้ปัญหาส่งออก

หลังสุดไข้หวัดใหญ่2009 จะ เห็นชัดเลยไม่มีประชุมอะไรเลย เสนอเข้าไปประชุมทีหนึ่ง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขก็ออกมาบอกว่า ต้องทำอย่างหนึ่ง อย่าเพิ่งปิดโรงเรียนเลย ถ้าไม่จำเป็นก็ยังไม่ต้องปิด พอปิดไปทั่วกรุงเทพฯไปแล้ว ใส่หน้ากากจะใส่หรือไม่ใส่ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขบอกว่า เอาไปโฆษณาใหญ่ถ้าป่วยค่อยใส่ นั่ง รถมาตามป้ายก็เห็นผู้ว่าฯกทม.ยังใส่หน้ากากและรณรงค์ให้คนใส่หน้ากาก ไม่ใช่บรรยากาศของการประชุมสั่งการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ในเรื่องเศรษฐกิจก็ไม่มี เราจะเห็นภาพที่แปลกมาก เช้าขึ้นมามีข่าวการส่งออกติดลบเท่านี้ เศรษฐกิจติดลบเท่านั้น ในข่าวก็มีติดลบ 7.1 เปอร์เซ็นต์ นักข่าวไปถามนายกฯ ซึ่งเดิมนายกฯบอกว่าคงไม่ติดลบหรอก คงจะได้ซักศูนย์ใช่ไหม ต่อรองกันลบ 2 เปอร์เซ็นต์ ลบ 3 เปอร์เซ็นต์ นายกฯ บอกว่าได้ซักศูนย์ไตรมาสแรก พอติดลบ 7.1 นายกฯบอกว่า ก็ยังดีกว่าบางประเทศ เสร็จแล้วในวันเดียวกันเราจะพบนายกฯไปเปิดงานไปเป็นสักขีพยานในการประกวด ชื่อหมีแพนด้า คือผมเข้าใจว่า การจัดคิวมีปัญหามาก การจัดคิวนายกฯมีปัญหามาก

เรื่องต่างประเทศที่คนบอกว่าทำไมไปประเทศฮ่องกงก่อนประเทศจีนนั้นก็แบบหนึ่ง คือไปประเทศฮ่องกง ประเทศจีนก็ดูอยู่ว่า ทำไมเกิดอย่างนี้ขึ้น ก็อาจจะบอกว่าไปพูด แต่ไปแล้วก็ต้องเจอผู้นำเขา

แต่เรื่องใหญ่มาก เรื่องสำคัญที่สุด ผมคิดว่ายังอยู่ที่การประชุมหารือ หาข้อสรุปและสั่งการ ไม่ใช่เดินไป หรือแค่ปาฐกถาหรือเปิดงานแค่นี้ไม่ได้


สุรนันทน์ : แต่นายกฯอภิสิทธิ์ก็พยายามอยู่ไม่ใช่หรือ ออกรายการความเชื่อมั่นกับนายกฯอภิสิทธิ์ เขาบอกว่าเขาเข้าใจเรื่องสิ่งที่ต้องทำ แต่เขาก็ต้องยอมรับความเป็นจริงทางการเมือง ก็คือเงื่อนไขที่ทำให้เขามานั่งตรงนี้ และมีพรรคร่วมรัฐบาล และ อาจจะมีผลต่อภาวะการเป็นผู้นำ ถ้าเป็นคุณจาตุรนต์นั่งอยู่ตรงนั้นจะบริหารพรรคร่วมได้ไหม แต่คุณจาตุรนต์เคยนั่งเป็นรองนายกฯอีกก้าวหนึ่งก็เป็นนายกฯ แล้ว

แต่พอผ่านการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา เห็นชัดเจนเลย เวลานี้พรรคร่วมรัฐบาลที่เตรียมหาเสียงทั่วประเทศ บอกกันเรียบร้อยแล้วว่า ยังไม่พร้อม เพราะแพ้ยับเยินในการเลือกตั้งซ่อม นายกฯก็ต้องบอกว่า จับไต๋ได้


จาตุรนต์ : ถ้าเป็นผมพูดยาก เพราะเป็นนายกฯ อบต. ยังไม่ได้เลย ใน ภาวะวิกฤตมาคิดถึงเรื่องว่า พรรคร่วมจะคิดยังไง เดี๋ยวจะขัดใจพรรคร่วมมากเกินไป ไม่ได้ ไม่ว่าจะยังไงต้องเอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาก่อน กรณีพรรคร่วมรัฐบาล

ผมก็เข้าใจว่า 3-4 เดือนแรก นายกฯต้องระวังให้มาก เพราะพรรคร่วมบางพรรคก็ขึ้นป้ายหาเสียงทั่วประเทศเต็มไปหมด ใช้งบประมาณแผ่นดินทั้งนั้น เหมือนเขาส่งสัญญาณว่าพร้อมจะเลือกตั้งเมื่อไรก็ได้ นายกฯซึ่งเพิ่งรวบรวมสมัครพรรคพวกมา รอมาตั้งกี่ปีแล้ว 8 ปี ว่างเว้นไม่ได้เป็นอะไรมา 8 ปี ตั้งท่าจะเป็นคราวเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เหมือนกับได้ไปแล้ว พอประกาศออกมาแพ้เขาอีก เขาก็คงจะมีภาระอะไรเยอะแยะ เขาอยากจะเป็นนานที่สุด พรรคร่วมรัฐบาลขู่มา บอกว่าพร้อมเลือกตั้งแล้วนะ ติดป้ายหาเสียงทั่วประเทศแล้วนะ เตรียมเสื้อเตรียมอะไรใส่กันแล้ว น่าเห็นใจตรงนั้น

แต่พอผ่านการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา เห็นชัดเจนเลย เวลานี้พรรคร่วมรัฐบาลที่เตรียมหาเสียงทั่วประเทศ บอกกันเรียบร้อยแล้วว่า ยังไม่พร้อม เพราะแพ้ยับเยินในการเลือกตั้งซ่อม นายกฯก็ต้องบอกว่า จับไต๋ได้ เวลา นี้นายกฯต้องจับไต๋พรรคร่วมรัฐบาลได้ ว่าไม่มีใครอยากยุบเร็ว เพราะถ้ายุบเร็ว บางพรรคจะหายไปเลยจากการเมืองไทย เพราะฉะนั้นต้องกล้าตัดสินใจว่า จะทำอะไรต้องขัดใจใครบ้าง

เวลานี้ผมอยากเห็นรัฐบาลเชิญฝ่ายต่างๆมา เชิญภาคธุรกิจมา ภาคส่งออก ท่องเที่ยว เกษตรกร มาฟังความเห็น แล้ว ถ้าจะต้องตัดสินใจยังไง ปรับเปลี่ยนงบประมาณยังไง ปรับเลย ไม่ต้องกลัวว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะตีรวน พรรคร่วมจะไปไหน เมื่อไม่ได้ทำอย่างนี้นานเข้า เหมือนกับถ้าเป็นเรื่องจะไปแถลงข่าว

มันเข้าข่าวไม่ติดแล้ว คือจะไปคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ บรรยากาศไม่เคยเป็นอย่างนั้นก่อนเลย หมายถึงมานั่งคุยกันบอกว่าเรื่องนี้เป็นยังไง จะเอาอย่างนั้นไหม จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ไหม ผมเคาะอย่างนี้ แล้วแถลง ไม่มีแบบนี้ มีแต่ว่าเพิ่มโครงการของคุณที่ค้างอยู่เป็นยังไง ปรับได้ไหม แก้ได้ไหม เป็นเพียงเรื่องย่อยๆ


สุรนันทน์ : ดังนั้นถ้าจะพูดสิ่งที่นายกฯอภิสิทธิ์กำลังทำอยู่คือ บริหารการเมืองมากกว่าบ้านเมือง

จาตุรนต์ : บริหารการเมืองและต้องบริหารบ้านเมืองท่ามกลางวิกฤต คำว่าวิกฤตคือ วิกฤตประชาธิปไตย เน้นเรื่องประชาธิปไตย

แต่เวลานี้วิกฤตประเทศ มีทั้งวิกฤตการเมือง วิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตสังคม ซึ่งมันเป็นวิกฤตใหญ่มาก ซึ่งในภาวะวิกฤต การบริหารจะต้องบริหารวิกฤตท่ามกลางวิกฤต คือจะต้องรับรู้ข้อมูลเร็ว ตัดสินใจเร็ว กล้าตัดสินใจ และเมื่อตัดสินใจแล้วต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจความเป็นจริง ไข้หวัดใหญ่2009 จะเห็นชัดเลย เอาอันนี้ประยุกต์ก็ได้


สุรนันทน์ : ถ้าจะแนะนำนายกฯอภิสิทธิ์ นั่งหัวโต๊ะต้องแก้วิกฤตเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง ถ้านายกฯอภิสิทธิ์บอกว่าเห็นด้วยกับแนวทางนี้

รัฐบาลยังติดใจไปฮ่องกงก่อนไปจีนอย่างนี้ก็ลำบากแล้ว เพราะคราวที่แล้วที่พัทยา นายกฯจีนงงว่าจะออกจากโรงแรมยังไง หานายกฯไทยไม่เจอ นายกฯไทยไปก่อนแล้ว ก็โกรธค้างกันอยู่


จาตุรนต์ : วิกฤตเศรษฐกิจในขณะนี้ เรื่องใหญ่มากคือ นโยบายการคลังยังไงเสียก็ไม่สามารถเอามาแก้วิกฤตเศรษฐกิจได้ รายได้หายไปมากขนาดนี้ ถึงขณะนี้มีรายได้มากแล้วก็ยังไม่สามารถส่งผลได้ คือคิดแบบคณิตศาสตร์ได้ รายจ่ายภาครัฐถึงจะมากขึ้นมาอีก เทียบกับรายได้ประชาชาติแล้ว เป็นเปอร์เซ็นต์ไม่กี่เปอร์เซ็นต์กับการส่งออกที่หายไปทีหนึ่งเยอะมาก 20 เปอร์เซ็นต์ สินค้าส่งออกที่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี มันเทียบกันไม่ได้

เพราะฉะนั้นเรื่องใหญ่ของเศรษฐกิจไทยที่ต้องหันมาดูแลคือ เรื่องการส่งออก เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องที่จะทำรายได้เข้าประเทศ การลงทุน ก็หนีไม่พ้นลงทุนแล้วบริโภคกันเองในประเทศกับลงทุนแล้วส่งออก ประเทศไทยเป็นประเทศที่เน้นการส่งออกมานานแล้ว เรื่องการส่งออกก็ต้องหาตลาด ซึ่งนายกฯไม่ค่อยมีภาพของการเจรจาหาตลาดเท่าไร ซึ่งมีครั้งหลังไปจีนก็ได้มาบ้างเล็กน้อย แต่ว่าไปหลายประเทศไม่ได้ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ไปต่างประเทศ ไปตามคนกลับประเทศ แต่ไม่ไปคุยเรื่องส่งออก

เริ่มแรกเลยต้องหาตลาดจริงจัง ระดมคนเลย ออกหาตลาดๆใหญ่ๆที่เขาเสียหายมากๆ ดูจะยาก จะต้องไปหาตลาดที่ประเทศจีน อินเดีย แอฟริกา ประเทศที่ไม่กระทบมาก คือในโลกไม่ใช่กระทบเหมือนกันหมด ประเทศที่เขาไม่ได้มีความเสียหายทางการเงิน ประเทศที่ไม่ได้พึ่งการส่งออกมากๆอีกหนึ่ง สองกลุ่มนี้เป็นประเทศที่ไม่กระทบกระเทือนมาก

ประเทศ จีนทำไมไม่กระเทือนมาก เศรษฐกิจใหญ่โตเป็นอันดับ 3 ของโลก ส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเยอรมัน แต่การส่งออกของจีนเป็นเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ที่จริงแล้วประเทศจีนอาศัยเศรษฐกิจในประเทศมาก เขาจึงไม่กระทบมากจากวิกฤตคราวนี้ จะมีประเทศอย่างนี้อยู่ ประเทศเหล่านี้เป็นมิตรกับเรามาก ประเทศจีนเป็นมิตรกับเรามาก

แต่ถ้ารัฐบาลยังติดใจไปฮ่องกงก่อนไปจีนอย่างนี้ก็ลำบากแล้ว เพราะคราวที่แล้วที่พัทยา นายกฯจีนงงว่าจะออกจากโรงแรมยังไง หานายกฯไทยไม่เจอ นายกฯไทยไปก่อนแล้ว ก็โกรธค้างกันอยู่

การหาตลาดเป็นเรื่องใหญ่ แต่เรื่องที่ยากมากและเป็นเรื่องที่สะท้อนปัญหาของระบบของประเทศเลย ต้องยอมรับว่านายกฯและรมต.คลังก็แก้ยาก คือ การส่งออก การช่วยการส่งออกที่สำคัญมากคือ เรื่องค่าเงิน นโยบายดอกเบี้ย ธนาคารแห่งประเทศไทยท่องคาถามาตลอด เรื่องตั้งเป้าอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งไม่ใช่เป็นปัญหาของประเทศไทยมาเลยในรอบสิบปี และในวันนี้ธนาคารแห่งประเทศแปลกประหลาดมากเลย ตั้งเป้าอัตราค่าเงินเฟ้อซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วถ้าจะตกลงอย่างนี้ รัฐบาลต้องตกลงกับธนาคารแห่งประเทศไทย

แต่ประเทศนี้มีระบบธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีความเป็นอิสระ และหลังจากรัฐบาลสุรยุทธ์แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยยิ่งมีอิสระมาก ด้วยการออกกฎหมายมาแล้ว ใครก็ไปแนะนำธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้

เรื่องที่ทั่วโลกจะต้องทำกัน นอกจากเรื่องการส่งออก มันโยงกันที่ทั่วโลกทำกัน คือการเอาเงินดอลลาร์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอยู่ เขาคำนวณว่า เกินอยู่ประมาณ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ที่สามารถเอามาใช้ได้ ถ้าเป็นประเทศอื่นจะเอาเงินก้อนนี้มาตั้งเป็นกองทุนและลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หลายประเทศเขาทำแล้ว

ประเทศไทยคนอย่างอาจารย์โกร่งบ้าง อาจารย์ณรงค์ชัยบ้าง เขาจะพูดเรื่องพวกนี้ เอาเงินก้อนนี้มาใช้ลงทุนทำโครงสร้างพื้นฐาน ก็เหมือนกับใช้แทนรัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่มีเงินเลย เอาเงินมาใช้แบบนี้ มันจะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลงด้วยในตัว นอกจากนั้นเข้าไปดูแลนโยบายดอกเบี้ย นโยบายค่าเงิน เพื่อให้ค่าเงินมันอ่อนลงอีกบ้าง ถ้าเอาเงินนั้นมาใช้ได้ แต่เงินนั้นใช้ไม่ได้ เพราะกฎหมายกันไว้หมดแล้ว เวลานี้ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ชำระหนี้เก่าที่เคยมีปัญหา อยู่เฉยๆไม่ชำระก็ได้ ไม่มีใครว่าอะไรได้ เอาเงินมาใช้ก็ไม่ได้

รัฐบาลนี้คุยกับธนาคารแห่งประเทศได้ดีกว่ารัฐบาลก่อน เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยตามข่าวเขาเอียงข้างรัฐบาลนี้อยู่แล้วทางการเมือง แต่เนื่องจากระบบมันแข็งเกินไป ระบบคือใครก็ต้องการเป็นอิสระหมดในประเทศนี้ เกิดองค์กรอิสระขึ้นมาเยอะแยะ ก็อิสระจากรัฐบาล ธนาคารแห่งประเทศไทยก็อิสระจากรัฐบาล อัยการก็อิสระจากรัฐบาล ใครก็อิสระหมด เมื่อเป็นอย่างนี้พอเราเจอวิกฤตขึ้นมา เราแก้ไม่ได้ เพราะรัฐมนตรีคลังคุยกับแบงก์ชาติไม่ได้ ตอนนี้รัฐมนตรีคลังทำอะไร รัฐมนตรีคลังก็บอกว่า หาทางมาร่วมมือกับธนาคารของรัฐ เพื่อที่จะเอาเงินไปผสมทำให้เป็นซอฟต์โลนสมัยก่อน ปัจจุบันนี้ซอฟต์โลนธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะร่วมมือกับเอ็กซิมแบงก์ และเอาไปให้กู้ดอกเบี้ยต่ำๆไม่มี สมัยก่อนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว 15 ปีที่แล้วมีเยอะ

แต่สมัยนี้ไม่มีแล้ว และรัฐบาลก็ไม่สามารถพูดกับแบงก์ชาติได้ เพราะแบงก์ชาติเป็นรัฐอิสระ ซึ่งอิสระมาจากไหนเพราะเดิมก็อิสระมากอยู่แล้ว สมัยยึดอำนาจนี้แหละ ด้วยความคิดที่ว่าอะไรก็ต้องออกจากฝ่ายรัฐบาล ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง เขาก็เตรียมไว้ ออกกฎหมายมาเพื่อที่จะให้แบงก์ชาติยิ่งเป็นอิสระ ทั้งๆที่วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อปี 2540 ใครไปดูผลการศึกษาก็ได้

คนอย่างอาจารย์อัมมาร สยามวาลา วิจารณ์ไว้เองว่าปัญหาจากการที่แบงก์ชาติมีแต่คนคลุกคลีกันอยู่ภายใน ไม่รับคนใหม่ๆเข้ามาและความรับรู้ ความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจคับแคบ และปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ไม่ได้เกิดจากการเมืองเลย อันนี้ชัดเจนไปดูผลการศึกษาที่ไหนก็ได้ แต่ยังคงท่องคาถาว่า ต้องให้แบงก์ชาติเป็นอิสระจากการเมือง เพราะกลัวฝ่ายการเมืองจะแทรกแซง เพราะจริงๆ แล้วก็คือ คุณทำพังกันมา

ถามว่า คุณทำพังกันมา ใครพูด นักวิชาการพูด ไม่ใช่พวกผมนักการเมืองเป็นคนพูด วันนี้ประเทศนี้มาอยู่ในภาวะที่คุยกับแบงก์ชาติไม่ได้ แบงก์ชาติซึ่งขาดความรู้อย่างมากในเรื่องมหภาค ผมก็เคยทำงานด้านการคลังมาบ้าง แต่ว่าผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินการคลังก็พูดกันอย่างนี้ จนถึงวันนี้เขาขาดความรู้ด้านเศรษฐกิจด้านมหภาคอย่างมาก โดยที่รัฐบาลซึ่งก็ไม่รู้ว่ารู้หรือไม่ รู้แค่ไหนก็ยังเป็นปัญหา ก็ไม่สามารถคุยกับแบงก์ชาติได้

นายกฯ อภิสิทธิ์ต้องนั่งหัวโต๊ะ เชิญมาหมดเลย และยังต้องคุยกับแบงก์ชาติ คุยยากก็ยังต้องคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนี้แหละ และพูด เอานักวิชาการมา เอานายธนาคารมา เอาผู้ส่งออกรายใหญ่ๆ นักธุรกิจสำคัญๆมาพูดกัน ว่าคุณจะเอายังไงกับการส่งออก จะช่วยการส่งออกได้ดีกว่านี้ ช่วยการท่องเที่ยวได้ดีกว่านี้ สถาบันการเงินควรทำอย่างไร วันนี้ธนาคารต่างๆบอกว่าไม่กล้าปล่อย นโยบายดอกเบี้ยของแบงก์ชาติก็ไม่ได้หนุนให้เขาปล่อย เขาก็ไม่อยากเสี่ยงอยู่แล้ว ในธุรกิจที่ทำกันอาจจะมี 20 เปอร์เซ็นต์ ทำแล้วก็เจ๊งอีก เขาก็บอกว่าเพื่อปลอดภัย เขาก็ไม่ปล่อยทั้งร้อยเลย สุดขั้วนิดหนึ่ง แต่ว่าเขาจะคิดแบบนี้ ไปปล่อยทำไม

จุดนี้กระทรวงการคลังทำได้ หากองทุนมา หาสถาบันมา แล้วบอกว่า ตรง 20 เปอร์เซ็นต์นี้ มารับผิดชอบร่วมกัน ทางฝ่ายรัฐรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ทางธนาคารเขามีความรู้สึกว่า ปล่อยไปแล้วตรงส่วน 20 มันลดลง แล้วเขากล้าปล่อย การปล่อยก็เพื่อให้ 80 มันไปได้ ถ้าเราไม่คุยกับสถาบันการเงิน แล้วสถาบันการเงินบอกว่า อย่างนี้มันปลอดภัยกว่า ผ่านไปอีก 2 ปี อาจจะพบว่า ธนาคารแย่กันหมด แย่กันหมดเพราะว่าอะไร เพราะว่าธุรกิจที่ทำอยู่เขาไปไม่รอด เมื่อเขาไปไม่รอด เขาก็ส่งไม่ได้ ก็กลายเป็นเอ็นพีแอลอีก ถึง ตอนนั้นก็กลายเป็นความเสียหายเกิดขึ้นจริงกับสถาบันการเงินของไทย ซึ่งของต่างประเทศเขาเกิดตั้งแต่เริ่มต้น แล้วมาส่งผลต่อการบริโภค และการลงทุน ของเราเป็นปัญหาจากผู้ลงทุน ผู้ทำธุรกิจก่อน และต่อไปจะไปเกิดต่อสถาบันการเงิน ถ้าไม่อธิบายให้เขาเข้าใจ

อันนี้คือหน้าที่ของคนที่ดูแลด้านมหภาค ดูแลภาพทั้งหมดคือรัฐบาล ต้องเอาความรู้จากที่ต่างๆ แล้วมาอธิบายให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ถ้าคุณคิดว่า เพื่อความปลอดภัยของคุณเองคือสถาบันการเงิน และทำไมไม่เป็นอะไร ไม่ปล่อยเงินกู้ ออก พันธบัตรมาก็ฮือฮากัน ดอกเบี้ยสูง ดีใจวันเดียวคนมาซื้อพันธบัตร ก็คือรัฐบาลมากู้เงินนั้นแหละ ให้ดอกเบี้ยสูงก็ดีชาวบ้านได้รายได้ รายเล็กๆไม่ค่อยได้


สุรนันทน์: รัฐบาล บอกว่า กู้แล้วก็ไปลงทุน เมื่อลงทุนแล้วก็จะไปแก้ปัญหาปากท้องประชาชนด้วย ถนนไร้ฝุ่นก็จะทำให้ประชาชนมีรายได้ในที่สุดแล้วก็จะกลับมาคืนรัฐ แล้วรัฐก็จะยืนอยู่ได้ ตรงนี้คิดยังไง

จาตุรนต์: ถ้าเงินกู้ 8 แสนล้านเอาไปใช้เรื่องการลงทุนมันก็พอไปได้ ผลจะยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับการส่งออกที่หายไป แต่ เรื่องใหญ่ๆเห็นกันอยู่แล้ว เงินกู้ 8 แสนล้านคุณเอาไปชดเชยเงินคงคลังที่จะหายไป 6 แสนล้านบาท ก็เหลืออยู่แสนกว่าๆ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นแสนกว่าๆ คุณจะเอาไปทำอะไร แต่ว่าก็ต้องเมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว และมาพบที่หลังๆจากแจกเงินสองพัน แจกเงินสองพันกันใหญ่จนคนเข้าใจว่า รัฐบาลมีเงิน พอมาวันนี้ขึ้นภาษีก็แล้ว ก็ไม่ได้ มันไม่พอ แล้วเอาไปโปะรายได้ที่หายไปเท่านั้น

การออกพันธบัตรมาไม่ใช่เรื่องที่คนไปซื้อวันเดียวหมด ไปส่งสัญญาณผิด ให้เป็นความสำเร็จของรัฐบาลในการที่คนมาซื้อพันธบัตร คนต้องมาซื้อแน่ เพราะดอกเบี้ย แน่นอนว่ากำหนดดอกเบี้ยไว้สูงหน่อยก็ต้องได้ และ ยังไงก็ต้องได้ดอกเบี้ย เพราะเป็นพันธบัตรรัฐบาล คนก็ไปซื้อ แต่การที่คนไปซื้ออันนั้นก็เป็นเพียงคนที่เขาเอาเงินที่ฝากธนาคารไว้ ถอนออกมาแล้วไปซื้อพันธบัตรแทน กลับกันทางธนาคารเงินก็จะหายไป ภาคเอกชนเงินก็หายไป ความจำเป็นที่จะให้ทางธนาคารให้สินเชื่อ มันมีอยู่แล้วมันก็จะยิ่งยากขึ้น เพราะฉะนั้นมันมีทั้งบวก และลบ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลไปส่งสัญญาณว่า ผมประสบความสำเร็จมากที่มีคนมากู้วันเดียวหมด วันเดียวหมดอยู่แล้ว มากกว่านั้นก็หมด ก็ดอกเบี้ยต่ำๆ มาเป็นดอกเบี้ยสูง ปัญหาของประเทศเวลานี้ทำยังไงไม่ให้ดอกเบี้ยสูงเกินไป โดยเฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ ตรงนี้ไม่ได้อธิบาย


สุรนันทน์ : ปัญหา ของเศรษฐกิจตอนนี้ด้านมหภาคเป็นเรื่องใหญ่ แต่คนที่หาเช้ากินค่ำเขาหนักมาก คนว่างงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จะแนะนำนายกฯอภิสิทธิช่วยเหลือคนเหล่านี้อย่างไร

จาตุรนต์ : โดยตรงที่จะช่วยเลยทีเดียว ยาก แล้ว เพราะไม่มีเงินเลย รัฐบาลไม่มีเงิน ถังแตกจริงๆเลย รายได้หายไป 3 แสนกว่าล้านจากที่คาดการณ์ และทั้งปีงบประมาณจะหายไป 6 แสนล้านมันเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่มาก แล้วคนก็ทำใจดีสู้เสือไม่บอกใคร


สุรนันทน์ : แล้วนายกฯเอาเงินที่ไหนไปแจก 6,500 ล้าน

จาตุรนต์ : ผมไม่แน่ใจไปนับรวมๆกันยังไง งบลงทุนมันน้อยมาก อันนั้นก็มีปัญหา ในนาทีนี้คิดว่า การบริหารแบบวิกฤต นายกฯกับครม.ไม่ต้องคิดเรื่องไปหาเสียงเลย ผมพูดตรงๆ เสื้อแดงเคลื่อนไหวให้ยุบสภาเร็วๆ ในความรู้สึกผมเห็นว่า ไม่ค่อยเห็นว่าจะเป็นประโยชน์อะไรนัก แต่ก็ไม่ว่ากัน เพราะเขาไม่พอใจรัฐบาลก็มีสิทธิเรียกร้องให้รัฐบาลออกไป แต่ความรู้สึกของผมคิดว่า รัฐบาลไม่ออกเร็ว เขาต้องดื้อ จนกว่าประชาชนเดือดร้อนกันมากๆ ทางเศรษฐกิจจนอยู่กันไม่ไหวแล้ว รัฐบาลเขาเพิ่งมา เขาคาดหวังหลายๆอย่าง ต้องเตรียมให้พร้อม


สุรนันทน์ : เขาอาจจะตั้งใจดี เพราะเขาคิดว่าเขาอยู่แล้วแก้ไขปัญหาได้

ไข้หวัด2009คนวิตกกันทั้งประเทศ นายกรัฐมนตรีก็กำลังสาละวนกับการไปบุรีรัมย์ เตรียมกำลัง 3 - 4 พันไปป้องกัน นั่งรถอีแต๋นไป มันเป็นภาพการหาเสียง


จาตุรนต์ : ตรงนี้แหละอยากจะพูด อยู่นานหรือไม่นาน ผมไม่อยากเรียกร้อง ตัวผมไม่เรียกร้องให้รัฐบาลชุดนี้ยุบไปเร็วๆ ไม่ใช่ ผมยังอยากให้แก้รัฐธรรมนูญก่อน แล้วค่อยยุบ แต่เมื่อคุณจะอยู่นาน แต่นานแค่ไหนไม่ทราบ 6 เดือน 9 เดือนก็ไปแล้วก็ได้ แต่ว่าที่ว่าจะอยู่เพื่อแก้ปัญหา

อยากให้อยู่แล้วพยายามแก้ปัญหา แล้วต้องเปลี่ยนวิธีการทำงาน ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดวิกฤตไข้หวัดใหญ่ 2009 ไข้หวัดกำลังรุนแรงคนวิตกกันทั้งประเทศ ท่านไปให้ประธานที่ปรึกษาพรรคเรียกประชุมข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีสาธารณสุขก็รู้ เมื่อประชุมไปแล้วซักพักหนึ่ง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเพิ่งรู้อ๋อมีการประชุม ถามว่าต้องไปไหม ได้ความว่าต้องไป ก็รีบไปประชุมกัน ก็ออกข่าวกัน นายกรัฐมนตรีก็กำลังสาละวนกับการไปบุรีรัมย์ เตรียมกำลัง 3 - 4 พันไปป้องกัน นั่งรถอีแต๋นไป มันเป็นภาพการหาเสียง เสร็จแล้วก็บอกว่าให้กี่พันล้าน นาทีนี้คุณไปบอกว่าให้กี่พันล้าน ให้จังหวัดนี้กี่พันล้าน

ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้คุณต้องมาอธิบายว่า จะแก้ปัญหาทั้งประเทศอย่างไร ผมไม่เชื่อว่าการไปทำอย่างนี้จะได้เสียงด้วยนะ สุดท้ายในจังหวัดนั้นอาจจะได้บ้าง แต่ผลต่อทั่วประเทศจะเป็นลบ จะไปคิดว่าหักล้าง “อาจสามารถโมเดล” มันไม่ได้ ใน ภาวะตอนโน้นเป็นอีกแบบหนึ่ง ในภาวะนี้เศรษฐกิจอยู่ในขั้นวิกฤตรุนแรงมากและคำว่าติดลบ วันนี้ล่าสุด สภาพัฒน์ แบงก์ชาติบอกว่า - 4.5 จากเดิมลบนิดหน่อย อย่างมากพูดอย่างเกรงใจ - 2 ตอนนี้บอก - 4 แล้วก็มีคนพูดแบบปลอบใจอีกว่าพอสิ้นปีเศรษฐกิจก็จะดีแล้ว พูดไปแบบไม่มีหลักฐานอะไรเลย มันคือถ้าบ้านพังก็ไม่ซ่อม ไม่ได้สร้างใหม่ด้วยนะ เศรษฐกิจของเราเล็กลง ประชากรมากขึ้น เด็กก็โตขึ้นมา คนอายุมาก เปลี่ยนมาเป็นคนไม่มีรายได้ มันมากขึ้น ถูกไหม ยิ่งคนในวัยที่ไม่มีคนดูแลสูงขึ้นด้วย และเศรษฐกิจติดลบ สุดท้ายคนไทยเขาก็จะไม่ได้สนใจตัวเอง

คุณพูดตัวเลขจนเขาไม่เชื่อแล้ว ตัวเลข -7 คุณก็บอกว่าไม่ใช่ ไม่เป็นไรแค่ -3 ก็บอกว่าคงจะ 0 ตอนนี้ - 4 บอกว่าปีหน้าจะฟื้นแล้ว เขา จะเอาจากสิ่งที่เขาสัมผัสจากชีวิตจริง และตรงนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ คุณไปเที่ยวบอกว่า เอางบประมาณไปเทกันบุรีรัมย์ 6 พันล้าน แล้วยังไง แล้วประเทศนี้จะไปยังไงกัน


สุรนันทน์ : ถ้าอย่างนั้น เท่าที่ฟังวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง วิกฤตเชิงการบริหารภาพสะท้อนในการบริหารเศรษฐกิจ กรณีไข้หวัดใหญ่2009 ก็มีปัญหา เงื่อนไขที่มีปัญหาทั้งหมด กลับมาขมวดที่เงื่อนไขการเมือง ซึ่งจะต้องทำให้เงื่อนไขการเมืองหมดไป ซึ่ง ทำให้คนไม่ว่าใครที่จะไปนั่งในตำแหน่งนั้น บริหารบ้านเมืองมากกว่าบริหารการเมือง เงื่อนไขก็คือ สิ่งที่คุณจาตุรนต์พูดมาแล้วว่า ถ้ารัฐบาลยังไม่อยากให้ยุบ ถ้าอยู่คือ 1.ต้องตั้งใจทำงาน 2.คือแก้ไขรัฐธรรมนูญ เงื่อนไขตรงนี้เป็นเงื่อนไขที่ต้องแก้จริงๆ ใช่ไหม

กติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย คือ เมื่อได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งแล้ว คุณสามารถให้ใครก็ไม่รู้ ผมใช้คำว่าใครก็ไม่รู้ ก็คือ กกต. ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ พวกใครก็ไม่รู้เหล่านี้ มาหักล้างมติของประชาชนทั้งประเทศได้ การเลือกตั้งก็หมดความหมาย


จาตุรนต์ : ต้องแก้ ตอนนี้การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่เคลื่อนไหวติดต่อกันมาหลายเดือน มีจุดที่ผมไม่เห็นด้วยอยู่เรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องพูดการแก้รัฐธรรมนูญน้อยเกินไปมาก ประเทศไทยถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญ ไม่ทำกติกาให้ดี เราจะไม่มีการก้าวพ้นจากสภาพประเทศที่ไม่มีเสถียรภาพ

การเมืองไม่มีเสถียรภาพ รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ คำว่าการเมืองไม่มีเสถียรภาพหมายถึง ไม่รู้ว่าระบบนี้จะอยู่ได้ไหม มี การเปลี่ยนแปลงทั้งประชาชนอยากเปลี่ยน หรือต่อไปทหารเห็นช่องเข้าว่า พรรคการเมืองอยู่อย่างนี้ นักการเมืองอยู่อย่างนี้ก็เน่ากันไปทุกวัน ทหารก็นั่งทำเฉยไปเรื่อยๆ ถึงมาวันหนึ่งก็บอกว่า จำเป็นต้องทำเพื่อประชาชน นั้นก็แบบหนึ่ง ล้วนแต่เป็นเรื่องประเทศไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง เพราะกติกามันมีปัญหา กติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างนี้

ที่มาอย่างนี้ กติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย คือ เมื่อได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งแล้ว คุณสามารถให้ใครก็ไม่รู้ ผมใช้คำว่าใครก็ไม่รู้ ก็คือ กกต. ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ พวกใครก็ไม่รู้เหล่านี้ มาหักล้างมติของประชาชนทั้งประเทศได้ การเลือกตั้งก็หมดความหมาย ทั่วโลกทำไมเขาเรียกร้องให้พม่าเลือกตั้ง ถึงแม้การเลือกตั้งไม่ใช่ทั้งหมดของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งคือสิ่งที่จำเป็นขั้นต่ำสุดที่การปกครองระบบประชาธิปไตยต้องมี ในการเลือกตั้งที่ว่านั้น ควรเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ถึงในเกณฑ์ที่รับได้ เพื่อกำหนดให้ใครจะมาบริหารประเทศ แต่ของไทยตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญมา หลังเลือกตั้งมา 23 ธันวาคม 2550 มาถึงปัจจุบันก็ปีครึ่ง

สิ่งที่เกิดกับการเมืองไทยได้ทำลายความหมายของการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในประเทศ ไทยไปเรียบร้อย ก็คือคุณมีการเลือกตั้งได้นายกฯมา เสร็จแล้วก็เอาคุณออก เพราะคุณไปทำครัวออกทีวี เสร็จแล้วคนเดียวทำผิดกฎหมาย ก็ไปยุบพรรคเขา ประเทศไทยมันไม่ได้มีความหมายอย่างการเลือกตั้งในอารยประเทศไปแล้ว เสียงของประชาชนเป็นผู้กำหนด และเสียงประชาชนที่ว่า คือเสียงที่จะกำหนดใครจะมาบริหารประเทศทั่วโลกเขาถืออย่างนี้ แต่ของเราให้ใครไม่รู้มากำหนด เอาออกไป และตั้งกันขึ้นมาใหม่ในค่ายทหาร

คือกติกานี้ไม่เป็นประชาธิปไตย คนกว่าครึ่งประเทศอย่างน้อยที่เขาเลือกรัฐบาลที่แล้วมาเขาก็ไม่พอใจ คนเรียนรู้เพิ่มไปอีกว่ามีการกระทำ 2 มาตรฐาน ทำผิดกฎหมายไม่ต้องถูกดำเนินคดี ถูกดำเนินคดีแล้วก็ลบข้อหาออกได้ เปลี่ยนข้อหาจากกบฏออกนั้น ก็เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทยไปแล้ว คราวนี้ทำท่าเอาข้อหาออก ไม่เอาข้อหาออกก็จะเปลี่ยนข้อหาจากก่อการร้ายเป็นก่อการดี

กติกาอย่างนี้อยู่ไม่ได้ กติกาอย่างนี้ประเทศพ้นวิกฤตไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นถามว่า แล้วคนไม่พอใจรัฐบาล เขาจะไล่กันแล้ว ผมว่าไล่แล้วรัฐบาลคงยังไม่ไป แต่ปัญหาว่าไปหรือไม่ไปยังไม่น่าห่วงเท่ากับว่า ถ้าเขายุบสภาแล้วเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างปัจจุบัน ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลอีก คือผมวิเคราะห์ที่พรรคประชาธิปัตย์จะได้เป็นอันดับหนึ่งไม่มีทางเกิดขึ้น ถ้าเขาจะเป็นรัฐบาลก็ต้องไปอาศัยพรรคร่วมรัฐบาลมาร่วมกันอีก คล้ายๆคราวนี้ เขาจะไม่เปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้เสียงเกินครึ่ง โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เสียงเป็นอันดับหนึ่งก็ไม่มี พรรคเพื่อไทยเสียงอันดับหนึ่งคงได้ แต่เกินครึ่งหนึ่งหรือไม่ ไม่แน่ ถ้าเกินครึ่งได้ตั้งรัฐบาลแน่ พรรคร่วมรัฐบาลคงกลับมาบางพรรค

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น จะมีการยุบพรรคอีก ยุบได้ยังไง ง่ายๆแค่มีผู้สมัครคนหนึ่งได้รับใบแดงจากกกต. เพราะเชื่อว่าทุจริตในการเลือกตั้ง มีหลักฐานหรือไม่ ไม่ต้องมี สอบเสร็จหรือยัง ไม่ต้องสอบ เพราะว่าที่ผ่านมา กกต. สามารถตั้งกรรมการขึ้นมาสอบ แล้วก็เอาหลักฐานตามที่สอบ คนของเขาทั้งนั้น และก็วินิจฉัยตามนั้นก็มี ในบางกรณีตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณาแล้วในต่างจังหวัด ตั้งกรรมการในกรุงเทพฯพิจารณา กกต.ตัดสินให้ใบเหลือง หรือใบแดงไป โดยยังไม่ได้ฟังผลการพิจารณาของกรรมการทั้งที่ต่างจังหวัดและกรุงเทพฯก็ทำได้ เพราะฉะนั้นผู้สมัครซึ่งอาจจะแวะเวียนมาพบท่านโฆษกพรรค เลขาธิการพรรค มาเจออยู่บ่อยๆ จะหาเสียงยังไง มีเอกสารอะไรไหม แวะมาเจอ

แต่ กกต.บอกว่า เชื่อได้ว่า กรรมการบริหารพรรค คือโฆษก หรือเลขาธิการ ปล่อยปะละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจให้ นาย ก.คนนั้นทุจริตก่อนที่จะได้ใบแดง ก็เสนอให้ยุบพรรค ก็เข้าตามรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญก็บอกว่า กรณีเรื่องใบแดงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าเป็นอย่างไร เนื่องจาก กกต.ได้วินิจฉัยเป็นสิ้นสุด ไม่ใช่อำนาจของศาลรัฐ ธรรมนูญต่อไป เมื่อมีข้อมูลว่า ส.ส.คนนี้แวะเวียนมาพบโฆษกพรรค แล้วนายคนนี้ก็ยังทำอยู่ แสดงว่าโฆษกพรรคปล่อยปะละเลยก็เข้าตามรัฐธรรมนูญนี้แล้ว ก็ยุบพรรคเพื่อไทยได้แล้ว และคำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด ไปร้องใครอีกก็ไม่ได้แล้ว มันง่ายเหมือนยกแก้วน้ำแล้ววางลง

ปัญหา คือ แล้วจะเกิดอะไร ในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็ต้องหาคนใหม่มาเป็นโฆษกพรรค เลขาฯพรรคกันอีกรอบ แล้วก็ต้องไปตั้งพรรคใหม่ ซึ่งจะตั้งพรรคทันหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ว่าแล้วยังไง เขาไปเลือกตั้งซ่อมอีก ก็อาจจะได้อีกถ้าถึงตอนนั้นก็อาจจะชนะอีกก็ได้

แต่ที่ผมพูด ผมกำลังพูดว่า การเมืองไทยมันไม่ได้อยู่แค่พรรคการเมืองไปลงแข่งกับใคร ถ้าอย่างนั้นก็อยู่กับประชาชนอีกนั้นแหละ คราว นี้เขาจะคิดยังไง คุณไล่มาตั้งแต่พวกผม พวกเราถูกตัดสิทธิมาด้วยกัน ไม่ได้ทำผิดเลยซักนิดเดียว ไม่รู้เรื่องเลย ไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าใครไปทำอะไร ไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ ถูกยุบพรรคไปแล้ว 2 ครั้ง และตัดสิทธิไปแล้วรวม 150 คน แล้วต่อไปโดนอีก

มันโดนฝ่ายเดียวตลอดแบบนี้ วิกฤตมันต้องรุนแรงขึ้นอยู่แล้ว เวลานี้คนกำลังคิด ผมไปพูดที่ไหน ไปมาหลายจังหวัด พูดในที่ประชุม คนในที่ประชุมลุกขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ถามว่า ที่ผมพูดในบทท้ายๆที่ว่า สู้โดยสันติวิธีเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นสันติวิธี เขาก็ลุกขึ้นมาในวงเสวนาบ้าง ลุกขึ้นมาถามว่า สันติวิธีจะชนะได้ยังไง จะไปเปลี่ยนได้ยังไง

ความหมายก็คือว่า ต้องใช้ความรุนแรงบ้างแล้ว ผมก็ต้องอธิบายต่อไปอีกยืดยาว แต่เขาเชื่อหรือเปล่า แต่ ความหมายก็คือว่า คนเขาเริ่มที่จะรู้สึกว่า อย่างนี้มันพึงระบบไม่ได้ อาศัยระบบไม่ได้ คนถึงกับบอกว่า พรรคการเมืองที่จะเลือกตั้งเขาไม่เอาแล้ว เขาไม่เกี่ยวแล้ว เลือกไปก็เท่านั้น เลือกไปเขาก็ยุบพรรคอีก ล้มรัฐบาลไปอีก เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ


สุรนันทน์ : ถ้าสมุมติข้ามไปถึงเลือกตั้ง ตอนนั้นถึงทางตันแน่ ลงเหวแน่ ลงหลุมดำแน่นอน ก่อนที่จะยุบ หากแนะนำนายกฯอภิสิทธิ์ได้ โดยคุณอภิสิทธิ์พูดแล้วนั้นว่า อยากปฏิรูปการเมือง อย่าประเมินแล้วกันว่า โอเคหรือไม่โอเค แล้ว มีคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ตั้งโดยรัฐสภาศึกษาออกมาเล่มหนึ่ง มีมาตราต่างๆ ว่าต้องแก้อะไรบ้าง เห็นว่าตรงนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นไม่ให้เราลงหลุมดำนั้นอีกได้ไหม

จาตุรนต์ : มันจะช่วย ในนั้นเขาพูด 6 เรื่องชัดเจนที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะหน้า 6 เรื่องนี้ ความ จริงเป็นประโยชน์กับรัฐบาลค่อนข้างมาก เช่น มาตรา 190 ต่อไปเจรจากับประเทศไหนก็ไปเซ็นสัญญากับเขาได้ในหลายๆเรื่อง โดยไม่ต้องมาขออนุมัติจากรัฐสภา มันก็จะดีกว่าปัจจุบันที่เป็นประเทศเดียวที่ไปเจรจากับใคร เซ็นสัญญากับใครไม่ได้เลยอยู่ประเทศเดียวนี้แหละในโลกนี้ ส.ส.เป็นเลขาฯ เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ เป็นประโยชน์กับรัฐบาลนี้

แต่ว่าที่จะช่วยระบบอยู่บ้างก็คือว่าด้วยเรื่องการยุบพรรค ซึ่งก็จะทำให้คนรู้สึกว่า เอาละต่อไปพรรคไหนชนะมาก็จะไม่ถูกยุบพรรค การเลือกตั้งอย่างน้อยก็จะมีหลักประกันว่า จะไม่ทำลายกัน จะไม่กลั่นแกล้งกันด้วยการยุบพรรคอีก

ถ้ามีการมีการเลือกตั้งกติกาแบบนั้นก็ยังจะดีหน่อย เบาขึ้นหน่อย ไม่เป็นวิกฤตการเมืองที่คนรู้สึกว่าต้องหันหลังให้ระบบ

ชุมนุมใหญ่31ก.ค.ต่อด้วยดำทั้งแผ่นดินวันเกิดมาร์ค



ฟังการแถลงข่าวของแกนนำนปช. ที่นิวสกายไทยแลนด์

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.แถลงว่านอกจากการจัดการชุมนุมใหญ่ของเสื้อแดงในวันที่ 31 กรกฎาคมเพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรแล้ว นปช.ยังมีมติว่าให้ประชาชนแต่งชุดดำไว้ทุกข์ทั่วประเทศในโอกาสที่รัฐบาลจะแถลงผลงานครบรอบ6เดือนในวันที่3สิงหาคมนี้ด้วย เพื่อเป็นการไว้ทุกข์ให้ประเทศที่ต้องทนทุกข์กับรัฐบาลอำมาตยาธิปไตย

"ตอนวันเกิดนายกฯทักษิณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะพูดว่าหวังว่าดวงจะเห็นธรรม คราวนี้ที่จะแถลงผลงานรัฐบาลบังเอิญตรงกับวันเกิดนายอภิสิทธิ์พอดี เราก็หวังว่านายอภิสิทธิ์จะมีดวงตำ"เห็นดำ"เนื่องจากประชาชนจะแต่งดำไว้ทุกข์ทั่วประเทศ"

สำหรับการชุมนุมใหญ่เพื่อรวบรายชื่อประชาชนมาส่งพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 31 กรกฎาคม ซึ่งจะมีเวทีการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงจะเริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนถึงเวลา 24.00 น. ที่จะเป็นเวลาในการปิดรับรายชื่อประชาชน และในเวลา 24.00 น. แกนนำคนเสื้อแดงจะประกาศจำนวนรายชื่อประชาชนที่ร่วมลงชื่อถวายฎีกาฯ อย่างไม่เป็นทางการอีกครั้ง

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ต้องประกาศจำนวนรายชื่อประชาชนอย่างไม่เป็นทางการในการชุมนุมวันที่ 31 กรกฎาคมนั้นเป็น เพราะหลังการชุมนุมวันที่ 31 กรกฎาคม คนเสื้อแดงจะมีการตั้งคณะกรรมการแดงทั้งแผ่นดิน ขึ้นมาตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อและฎีกาที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อกระบวนการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะนำรายชื่อทั้งหมดนำข้นทูลเกล้าฯ จากนั้นคนเสื้อแดงจะไม่มีการเคลื่อนไหวหรือชุมนุมติดตามการถวายฎีกาฯ ครั้งนี้อีก

"จากนี้ไปคนเสื้อแดงจะมีการทำบัตรสมาชิกคนเสื้อแดงแจกจ่ายให้คนเสื้อแดงทั้งประเทศ โดยเริ่มแรกเราได้จัดทำบัตรสมาชิกคนเสื้อแดงกิติมศักดิ์ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีก่อนเป็นคนแรก โดยด้านหน้าจะมีชื่อพร้อมรูปของสมาชิก และด้านหลังจะเป็นแนวทางการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่แกนนำได้มีมติร่วมกัน 6 ข้อ " นายณัฐวุฒิ กล่าว

27 กรกฎาคม 2552

ไอ้เตี้ยหนกอกแตกสุดถ่อยหลุด"แซเย็ด"กลางจอ


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
27 กรกฎาคม 2552

ข่าวเกี่ยวเนื่อง:
-ลากไส้สื่อเห้:แก๊งเด็กนรกเนชั่นกนก-ธีระ หุ่นยนต์พิฆาตของหยุ่น
-ลากไส้สื่อเห้:ค่ายเนชั่นข้อตกลงกับปีศาจ เบื้องหลังโชคมหาศาล มันคืออาชญากรรม
-รวมฮิตซีรีส์สุดมันส์ลากไส้สื่อเห้
-เวรกรรมมีจริงสื่อหลักทยอยเจ๊งเรียงตัว คนเนชั่นโอดถูกเสื้อแดงบอยคอตใกล้ล้ม

ธีระ-กนกอกแตกทำเป็นไม่สนข่าวแซยิดหลุดหยาบ"แซเย็ด"กลางจอ

ในรายการ"เก็บตกจากเนชั่น"ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นชาแนลช่วงสายวันนี้ ในเวลาราว08.30-09.30 น.ดำเนินรายการโดยคู่หูนรกกนก รัตน์วงศ์สกุล-ธีระ ธัญวงศ์ไพบูลย์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเต็มไปด้วยความอคติ ได้นั่งเล่าข่าวเช่นเคย โดยเก็บตกเหตุการณ์สำคัญๆมานำเสนอ โดยทั้งสองพุ่งความสนใจไปที่ข่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีสามารถทำแฮตทริกยิงประตูการแข่งขันฟุตบอลกับทูตได้ถึง3ประตู ถือเป็นความเก่งกาจสามารถในระดับอัจริยะ ทำอะไรก็เก่งไปหมด เก่งเกินมนุษย์ที่จะทำได้

จากนั้นก็นำเสนอข่าวอื่นๆที่ทั้งสองคนถือเป็นเหตุการณ์ใหญ่ เช่น ลูกหมีแพนด้าเริ่มคลานได้แล้ว ข่าวเรื่องสาวคาราโอเกะแต่งโป๊เรียกแขกเข้าร้าน เป็นต้น

จนกระทั่งใกล้จบรายการเต็มที นายกนกทำสีหน้าเหมือนไม่ยี่หระและเห็นว่าไร้สาระเต็มทีโดยพูดขึ้นว่า"อ้าว!ธีระแล้วข่าวแซยิดแซเย็ดนี่เราจะไม่พูดเลยเหรอ" นายธีระทำสีหน้าเอือมระอาแล้วพูดว่า"ก็พอดีมีข่าวสำคัญๆอื่นมาก วันนี้ก็เวลาหมดพอดีไง" นายกนกทำสีหน้าสะใจแล้วพูดย้ำอีกว่า"เลยไม่มีเวลาเล่าข่าวแซยิดแซเย็ด"แล้วก็พูดต่อไปว่า"แต่เอาเหอะที่อื่นเขาก็นำเสนอเป็นข่าวใหญ่กันไปแล้ว พอดีที่ช่องเรามันไม่มีเวลา ก็ไปหาดูที่อื่นแล้วกันนะท่านผู้ชม"โดยธีระทำสีหน้าขำๆสะใจตอนที่กนกพูดคำว่า"แซเย็ด"


เวรกรรมมีจริงสื่อหลักทยอยเจ๊ง เนชั่นโอดโดนชาวบ้านบอยคอต


ศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า ไม่เพียงบริษัทฐานเศรษฐกิจเท่านั้นที่ถูกพิษเศรษฐกิจเล่นงานจนต้องเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมากถึง60คน ก่อนหน้านี้ บริษัทจีจีนิวส์เน็ตเวริ์ค หรือคลื่น บิสิเนสเรดิโอของนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ก็ต้องปิดตัวลงเพราะภาวะเศรษฐกิจเช่นกัน รวมถึงเครือเนชั่นก็มีการเปิดให้พนักงานเออลี่รีไทร์มาหลายรอบ

พนักงานเนชั่นรายหนึ่งเปิดเผยว่า ยอดขายสิ่งพิมพ์ในเครือตกหนักมากในช่วง4ปีมานี้ ทั้งหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษTHE NATION หนังสือพิมพ์คมชัดลึก กรุงเทพธุรกิจ และเนชั่นรายสัปดาห์ โดยเฉพาะทางภาคเหนือและอีสาน เนื่องจากคนใน2ภาคดังกล่าวมองว่าเครือเนชั่นเลือกที่จะเอียงข้างฝ่ายเผด็จการ และรัฐบาลประชาธืปัตย์ มีอคติต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง

"ยอดขายแย่มาก ขนกลับมากองพะเนินตลอด พนักงานเนชั่นขวัญกำลังใจตกต่ำมาก ไม่รู้เมื่อไหร่จะถึงคิวตัวเองต้องโดนบีบออก ขนาดบริษัทขายตึกที่บางนาแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้สภาพการณ์ดีขึ้นเลย"พนักงานเนชั่นกล่าว

ขณะที่เครือผู้จัดการก็เจอปัญหาแบบเดียวกับเครือเนชั่น ต้องหาทางออกด้วยการตระเวณคอนเสิร์ตประชาธิปไตยของพันธมิตรมาหล่อเลี้ยงพนักงานในเครือ แต่เมื่อต้องแปรเปลี่ยนเป็นพรรคการเมืองใหม่ ก็อาจทำให้เสียการสนับสนุนจากมวลชนไปได้มาก เพราะฐานของพันธมิตรเป็นฐานเดียวกับมวลชนที่ผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์มานาน โดยเฉพาะภาคใต้และตะวันออก

21 กรกฎาคม 2552

ด่าลั่นสนั่นเวบทรราชกวาดล้างสื่อประชาธิปไตย


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา เวบไซต์ASTVผู้จัดการ และไทยรัฐออนไลน์
21 กรกฎาคม 2552

ชาวเน็ตด่าลั่นเวบบอร์ด ประณามทรราชหุ่นเชิดจ้องกวาดล้างสื่อประชาธิปไตยของประชาชน หลังข่าวกระหึ่มสั่งปิดวิทยุชุมชน-เคเบิ้ลทีวี และอีก17เวบประชาธิปไตย พร้อมสั่งดำเนินคดีกวาดล้างใหญ่ อ้างมุกเดิมทำลายสถาบันเป็นภัยความมั่นคง เครือข่ายพลเมืองเน็ตจัดสัมมนากฎหมายคอมพิวเตอร์กับเสรีภาพบนอินเตอร์เน็ตก้าวหน้าหรือถดถอย


ชาวเน็ตด่าลั่นทรราชหุ่นเชิดดำเนินคดีปิดวิทยุ-เวปฝ่ายประชาธิปไตย

หลังจากที่เวบไซต์ผู้จัดการ และไทยรัฐออนไลน์นำเสนอข่าวว่า รัฐบาลหุ่นเชิดอภิสิทธิ์ ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงไอซีทีและทีมเฉพาะกิจ เพื่อบุกจับกุมและดำเนินคดีวิทยุชุมชน เคเบิ้ลทีวี และ17เวบฝ่ายประชาธิปไตย รวมทั้งthaienewsรวมอยู่ด้วยนั้นมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักตามเวบบอร์ดต่างๆ เช่น ประชาไท พันทิป ฟ้าเดียวกัน เป็นต้น เช่น

-เชือดวิทยุชุมชน-เว็บไซต์-เคเบิลทีวี "แดง:จาบจ้วงสถาบัน ปลุกระดมให้ร้ายรัฐ
-มาเนเจอร์ ออนไลน์ อ้าง "หนังสือลับมาก" เชือด วิทยุชุมชน-เว็บไซต์-เคเบิลทีวี สีแดง
-เอาหละเหวยยย..หมีหน้าฮ๊ากจะ...ปิดเวปไซด์ 17 เวป ปิดวิทยุชุมชนอีก 9
-ปิดเวบ ปิดวิทยุชุมชน ปิดสื่อตรงกันข้าม หลักฐานแห่งความเป็นเผด็จการของรัฐแมลงสาป !
-สั่งล้างบางวิทยุชุมชน-เว็บ-เคเบิลเสื้อแดง

เครือข่ายพลเมืองเน็ตสัมมนา"กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์:เสรีภาพอินเตอร์เน็ต"

เครือข่ายพลเมืองเน็ต ด้วยการสนับสนุนจาก Media Legal Defense Initiative (MLDI) และ Electronic Frontier Foundation (EFF)

ขอเชิญร่วมสัมมนา เรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์: มุมมองจากสากลและหลักปฏิบัติ

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2552 ณ โรงแรมโนโวเทล ห้องโมเน่ต์ – พิซซาโร่ ชั้น 4

09.00 - 11.00 น. บรรยาย “กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์: มุมมองจากสากลและหลักปฏิบัติ”
“ภาพรวมกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จากทั่วโลก” โดย Eddan Katz ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการต่างประเทศ EFF

“การ วิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ในต่างประเทศและในประเทศไทย” โดย ทศพล ทรรศนกุลพันธุ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

“มุมมองจากเจ้าหน้าที่รัฐ” โดย ตัวแทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ กระทรวงยุติธรรม*

11.00 - 11.30 น. พัก
11.30 - 12.30 น. ถามตอบ ดำเนินโดย สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต
12.30 - 13.30 น. อาหารกลางวัน
13.30 - 15.00 น. อภิปราย “เสรีภาพบนอินเทอร์เน็ตทั่วโลก: ก้าวหน้าหรือถดถอย” ร่วมอภิปรายโดย
Danny O'Brien ผู้ประสานงานนานาชาติ EFF, ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รณะนันทน์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สฤณี อาชวานันทกุล กรรมการเครือข่ายฯ
15.00 - 16.30 น. อภิปราย ดำเนินโดย อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ที่ปรึกษาฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ SIU
16.35 น. แถลงข่าว “ข้อเสนอต่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550” โดย คณะกรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต

เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด ขอความกรุณาท่านที่สนใจ ลงทะเบียนในกล่องด้านล่างภายในคืนวันที่ 23 กรกฎาคม 2552
รายละเอียดดูที่ www.thainetizen.org

กระหึ่มทรราชกวาดล้างสื่อประชาธิปไตยของประชาชน

เวบไซต์ASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงกลุ่มโจรก่อการร้ายพันธมิตรรายงานเมื่อค่ำวานนี้(20 ก.ค.)อ้าง"ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล"ว่า ได้มีหนังสือ “ลับมาก”รายงานข้อมูลเกี่ยวกับวิทยุชุมชน เว็บไซต์และสถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวีที่เป็นเครือข่ายของกลุ่มคนเสื้อแดงมาถึงนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยหนังสือลับดังกล่าวได้มีรายชื่อวิทยุชุมชน เว็บไซต์และสถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวีที่จัดรายการปลุกระดม ยุยงประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรทัศน์เคเบิลทีวีได้มีการถ่ายถอดภารกิจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตลอดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งเป็นการเลียนแบบพระราชกรณียกิจ ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวีช่องดังกล่าวได้ประกอบกิจการอยู่ย่านลาดพร้าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการจัดทีมเฉพาะกิจ เพื่อเฝ้าติดตามการถ่ายทอดและการจัดรายการของวิทยุชุมชน รวมทั้งเข้าไปดูความเคลื่อนไหวในเว็บไซต์ตามที่รายงานลับได้ระบุ ทางทีมเฉพาะกิจได้มีการประสานงานกันระหว่างหน่วยเฝ้าฟังมอนิเตอร์ กับทางตำรวจสันติบาล ซึ่งพบว่า มีการปลุกระดม ยุยงให้ประชาชนเกิดการต่อต้านรัฐบาล รวมทั้งระบอบประชาธิปไตย และสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีการแต่งเพลงให้ร้ายโจมตีรัฐบาล ระบอบอำมาตย์และตีชิ่งถึงสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นประจำเกือบทุกวัน ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดได้ส่งไปถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้พิจารณาดำเนินการเรื่องดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพและนายสาทิตย์ ได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงไอซีทีและทีมเฉพาะกิจ เพื่อบุกจับกุมและดำเนินคดีตามหลักฐานที่มีอยู่ในรายงานลับแล้ว โดยรายชื่อวิทยุชุมชน เว็บไซต์และสถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวีที่อยู่ในข่ายถูกจับกุมและดำเนินคดีมี

วิทยุชุมชนอุดรคนรู้ใจ คลื่น 87.75 วิทยุชุมชนคนรักไทย คลื่น 95.25 วิทยุชุมชนเชียงใหม่ คลื่น 92.50 วิทยุชุมชนลำปาง คลื่น 90.25 วิทยุชุมชนเชียงราย คลื่น 104 วิทยุชุมชนริมปิง วิทยุชุมชนลำพูน วิทยุชุมชนอุบล และวิทยุชุมชนคนรักแท๊กซี่ คลื่น 92.75

สำหรับเว็บไซต์ที่เข้าข่ายถูกจับและดำเนินคดี มีทั้งสิ้น 17 เว็บไซต์ อาทิ www.redthai.org www.chupong.org www.jaonuea.com www.konthaiuk.com www.vod-station.org www.sameskybooks.org

ส่วนสถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวี ที่เข้าข่ายถูกจับกุมและดำเนินคดี คือ MVTV5


อย่างไรก็ตามการที่ASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงโจรก่อการร้ายไม่ระบุที่มาของแหล่งข่าวที่ชัดเจน โดยอ้าง"ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล"นั้นสำหรับวงการสื่อมีความหมาย2อย่างคือ

1.เป็นข่าวลือข่าวเต้าข่าวปั้นขึ้นเอง เลยไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีแหล่งข่าวชัดเจน
2.มีมูลจริง แต่เป็นการโยนหินถามทางก่อนเพื่อดูปฏิกริยา

ขณะที่ไทยรัฐออนไลน์รายงานข่าวทำนองเดียวกันในหัวข้อข่าว สั่งล้างบางวิทยุชุมชน-เว็บ-เคเบิลเสื้อแดงโดยระบุว่า 17 เว็บไซต์ที่ตกเป็นเป้าหมายการดำเนินคดี อาทิ redthai.org, www.thaiE-News.blogspot.com, www.chupung.info, www.chupug.org , www.thaipeopleviocrr.info, www.jaunuea.com, www.Konthai.org, www. Konthaiuk.com, www.redplus.org www.thaipuworinusa.com, www.vod-staticn.com, www.vod-staticn.org, www.sameskybooks.org, www.konrakya.com

กระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายรายงานข่าวมาร์คจ่อกวาดล้างสื่อเสื้อแดง

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา เวบไซต์ASTVผู้จัดการ
21 กรกฎาคม 2552

เวบไซต์ASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงกลุ่มโจรก่อการร้ายพันธมิตรรายงานเมื่อค่ำวานนี้(20 ก.ค.)อ้าง"ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล"ว่า ได้มีหนังสือ “ลับมาก”รายงานข้อมูลเกี่ยวกับวิทยุชุมชน เว็บไซต์และสถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวีที่เป็นเครือข่ายของกลุ่มคนเสื้อแดงมาถึงนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยหนังสือลับดังกล่าวได้มีรายชื่อวิทยุชุมชน เว็บไซต์และสถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวีที่จัดรายการปลุกระดม ยุยงประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรทัศน์เคเบิลทีวีได้มีการถ่ายถอดภารกิจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตลอดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งเป็นการเลียนแบบพระราชกรณียกิจ ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวีช่องดังกล่าวได้ประกอบกิจการอยู่ย่านลาดพร้าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการจัดทีมเฉพาะกิจ เพื่อเฝ้าติดตามการถ่ายทอดและการจัดรายการของวิทยุชุมชน รวมทั้งเข้าไปดูความเคลื่อนไหวในเว็บไซต์ตามที่รายงานลับได้ระบุ ทางทีมเฉพาะกิจได้มีการประสานงานกันระหว่างหน่วยเฝ้าฟังมอนิเตอร์ กับทางตำรวจสันติบาล ซึ่งพบว่า มีการปลุกระดม ยุยงให้ประชาชนเกิดการต่อต้านรัฐบาล รวมทั้งระบอบประชาธิปไตย และสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีการแต่งเพลงให้ร้ายโจมตีรัฐบาล ระบอบอำมาตย์และตีชิ่งถึงสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นประจำเกือบทุกวัน ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดได้ส่งไปถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้พิจารณาดำเนินการเรื่องดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพและนายสาทิตย์ ได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงไอซีทีและทีมเฉพาะกิจ เพื่อบุกจับกุมและดำเนินคดีตามหลักฐานที่มีอยู่ในรายงานลับแล้ว โดยรายชื่อวิทยุชุมชน เว็บไซต์และสถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวีที่อยู่ในข่ายถูกจับกุมและดำเนินคดีมี

วิทยุชุมชนอุดรคนรู้ใจ คลื่น 87.75 วิทยุชุมชนคนรักไทย คลื่น 95.25 วิทยุชุมชนเชียงใหม่ คลื่น 92.50 วิทยุชุมชนลำปาง คลื่น 90.25 วิทยุชุมชนเชียงราย คลื่น 104 วิทยุชุมชนริมปิง วิทยุชุมชนลำพูน วิทยุชุมชนอุบล และวิทยุชุมชนคนรักแท๊กซี่ คลื่น 92.75

สำหรับเว็บไซต์ที่เข้าข่ายถูกจับและดำเนินคดี มีทั้งสิ้น 17 เว็บไซต์ อาทิ www.redthai.org www.chupong.org www.jaonuea.com www.konthaiuk.com www.vod-station.org www.sameskybooks.org

ส่วนสถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวี ที่เข้าข่ายถูกจับกุมและดำเนินคดี คือ MVTV5


อย่างไรก็ตามการที่ASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงโจรก่อการร้ายไม่ระบุที่มาของแหล่งข่าวที่ชัดเจน โดยอ้าง"ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล"นั้นสำหรับวงการสื่อมีความหมาย2อย่างคือ

1.เป็นข่าวลือข่าวเต้าข่าวปั้นขึ้นเอง เลยไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีแหล่งข่าวชัดเจน
2.มีมูลจริง แต่เป็นการโยนหินถามทางก่อนเพื่อดูปฏิกริยา

20 กรกฎาคม 2552

แปลกแต่จริงTrueแจงไม่เกี่ยวบล๊อคไทยอีนิวส์ แต่หลังโดนรุมสวดตอนนี้เปิดให้เข้าได้ปกติแล้ว


Trueไม่เกี่ยว!?/-หลังจากที่ท่านผู้อ่านของเรารวมพลังร้องเรียนไปยังเน็ตTrueให้ยกเลิกการบล๊อกเวบไทยอีนิวส์และอีก33เวบฝ่ายประชาธิปไตย ท่านผู้อ่านของเราแจ้งมาว่า ทรูได้ชี้แจงมาว่าเคยปิดกั้นไทยอีนิวส์จริงในช่วงสงกรานต์เลือด แต่ตอนนี้ที่มีการredirectไปที่เวบictใบไม้เขียวนั้น ทรูไม่เกี่ยว อย่างไรก็ตามท่านผู้อ่านของเราตั้งข้อสังเกตว่า แม้ทรูอ้างว่าไม่เกี่ยว แต่ก็น่าประหลาดใจที่ว่าภายหลังร้องเรียนไป ตอนนี้ก็เริ่มเข้าไทยอีนิวส์ได้ตามปกติแล้ว


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
20 กรกฎาคม 2552


ท่านผู้อ่านไทยอีนิวส์จำนวนมากได้กรุณาแจ้งเข้ามาว่า ได้ร้องเรียนไปยังผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตTrueเพื่อขอให้ยกเลิกการบล๊อกปิดกั้นเวบไทยอีนิวส์ และอีก33เวบไซต์ฝ่ายประชาธิปไตย โดยเตือนว่าหากไม่ยกเลิกการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายนี้ก็จะยกเลิกการให้บริการ อย่างไรก็ตามฝ่ายTrueแจ้งว่าไม่ได้บล๊อกไทยอีนิวส์แต่อย่างใดในช่วงนี้ เคยบล๊อกเฉพาะช่วงที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเท่านั้น อย่างไรก็ตามท่านผู้อ่านของเราก็อดแสดงความประหลาดใจไมได้ว่า ในเมื่อช่วงนี้Trueไม่ได้ปิดกั้น แล้วทำไมหลังจากได้ร้องเรียนไปในช่วงนี้ จึงเข้าไทยอีนิวส์ได้ปกติ ไม่เจอเวบictใบไม้เขียวอีกแล้ว ดังนั้นไทยอีนิวส์จึงขอวิงวอนให้ผู้อ่านของเราได้เฝ้าระวังเรื่องนี้ต่อไป


ต่อไปนี้เป็นเพียงบางตัวอย่าง ซึ่งท่านผู้อ่านของเราได้กรุณาแจ้งมาให้ไทยอีนิวส์ทราบ ซึ่งมีเนื้อหาคล้ายๆกัน

ต่อไปนี้คือคำชี้แจงจากTrueถึงผม ภายหลังจากที่ผมได้ร้องเรียนไปเมื่อวันศุกร์

เรียน คุณ...


ทรู ฯ ขออภัยที่ทำให้ท่านไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการตามที่ท่านได้แจ้งปัญหากรณีไม่สามารถเปิดเว็ปไซต์www.thaienews.blogspot.com หรือhttp://thaienews.blogspot.com ได้บริษัทฯ ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า บริษัทฯ ได้ทำการบล๊อกเว็ปไซด์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมาทั้งนี้โดยดำเนินการตามคำสั่งขอ กระทรวงเทคโนโลยีฯ ซึ่งอาศัยอำนาจตาม พรก ฉุกเฉิน แต่เมื่อมีการยกเลิก พรก ฉุกเฉินแล้ว บริษัทฯ ก็ได้ยกเลิกการบล๊อคเว็ปไซด์ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมาเช่นกัน เรื่องปัญหาในการเปิดดูเวปไซด์ไม่ได้นั้น น่าจะมาจากสาเหตุอื่นไม่น่าจะเป็นปัญหามาจากกรณีดังกล่าว

หากมีข้อเสนอแนะอื่น ๆ สามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 0-2900-9898 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอแสดงความนับถือ
ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน
กมลรัตน์ ช่วงชัยชนะ
0-2900-9000 กด 5


อย่างไรก็ตามท่านผู้อ่านของเราท่านนี้ได้กรุณาให้ข้อสังเกตว่า แม้ทรูจะชี้แจงว่าไม่ได้ปิดกั้น หรือมีการบล็อกไทยอีนิวส์วิธีใหม่ด้วยการredirectไปที่เวบictใบไม้เขียว แต่ก็น่าแปลกใจว่าหลังการร้องเรียนไปแล้ว ตอนนี้สามารถเข้าไทยอีนิวส์ได้เป็นปกติแล้ว

นอกจากนั้นท่านผู้อ่านของเราอีกท่านก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการที่ทรูบอกว่า เคยสั่งบล๊อกไทยอีนิวส์ตั้งแต่วันที่4เมษายน2551ก็ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะเหตุการณ์ทางการเมืองกลุ่มเสื้อแดงเริ่มชุมนุมใหญ่กันในว้นที่8เมษายน และรัฐบาลประกาศฉุกเฉินในวันที่12เมษายน แล้วทรูจะอ้างว่าปิดไทยอีนิวส์ตามพรก.ฉุกเฉินตั้งแต่วันที่4เมษายนได้อย่างไร
อีกท่านแจ้งเข้ามาว่าใช้วิธีการโทรไปร้องเรียน พอตกเย็นก็เข้าใช้งานไทยอีนิวส์ได้เป็นปกติแล้ว

เมื่อเช้าโทร.ไปทรู ก็จัดการประนามให้สาแก่ใจเรียบร้อยแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า เสียเงินค่าเน็ต มิใช่ขอกันใช้ฟรี ๆ ไม่มีสิทธิที่จะมาปิดกั้นการรับข้อมูลข่าวสารที่ไม่อาจหาอ่านได้ใน สื่อปัจจุบัน ถือว่าทรู ทำละเมิดสิทธิประชาชนขั้นพื้นฐานตามรธน. (แม้จะห่วยแตก) อัดไปเยอะ แต่ก็ขอโทษเด็กที่รับเรื่องไปแล้วว่า เราไม่ได้ว่าเค้า แต่ว่าไอ้และอีตัวที่สั่งให้เกิดการบล็อคขึ้นมา แจ้งเบอร์โทร.ที่ใช้กับไฮสปีดเสร็จ ไม่กลัว เพราะเป็นสมาชิกทั้งทรูแพ็คเก็จโกลด์ และ เน็ต ยกเลิกก็ได้..เฮอะ..

เย็นกลับบ้านมาเช็ค อ้อ..มันเปิดแล้ว..ปิดอีกเมื่อไหร่ เจอแฟกซ์ด่าร่วมด้วยแน่นอน/จากเสื้อแดง


ไทยอีนิวส์กราบขอบพระคุณท่านผู้อ่านของเราที่กรุณาเสียสละเวลาของท่านแสดงพลังในการนี้ อย่างไรก็ตามยังวางใจไม่ได้นัก จึงขอเรียนเชิญร่วมพลังร้องเรียน และเฝ้าระวังต่อไป เพื่อให้Trueยกเลิกการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย และละเมิดสิทธิผู้บริโภค มีพฤติการณ์ปิดกั้นความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเด็ดขาดต่อไป

เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมานี้(17ก.ค.)ไทยอีนิวส์นำเสนอข่าวว่า เป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์มาแล้วที่มีผู้อ่านของเราได้ร้องเรียนเข้ามา และมีการแจ้งข่าวร้องทุกข์ตามเวบบอร์ดต่างๆเช่น ประชาไท พันทิป ฟ้าเดียวกัน เป็นต้นว่า เมื่อคลิ้กเข้าชมเวบบล็อกของไทยอีนิวส์ ตามลิ้งค์www.thaienews.blogspot.com หรือhttp://thaienews.blogspot.comแล้วไม่สามารถเข้าได้ เพราะจะลิ้งค์ไปที่เวบไซต์ของictโดยอัตโนมัติที่ http://58.97.5.29/ict.html

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกรณีผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตของTRUE เป็นหลัก ถือว่าเป็นวิธีบล๊อคเวบแบบใหม่ของคนที่ใช้ Internet ของ True คือการ redirect หน้า webpage ไปยังอีกหน้านึง ก็คือหน้าของictที่ขึ้นรูปใบไม้เขียว

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับไทยอีนิวส์ แต่รวมถึงอีก33เวบของฝ่ายประชาธิปไตย(ดูรายชื่อท้ายข่าวนี้)

อย่างไรก็ตามสำหรับวิธีแก้ไขในระยะนี้ เราแนะนำท่านผู้อ่านของเราที่ประสบปัญหาดังนี้

1.ท่านควรใช้สิทธิร้องเรียนตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง “กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาเรื่อง ร้องเรียนของผู้ใช้บริการ” ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2549 โดยท่านสามารถร้องเรียนได้ดังนี้

- ทางโทรศัพท์ (Call Center) (ไม่คิดค่าบริการ)
ผ่านเลขหมาย 0-2900-8088
เวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 08.00น.-20.00น. ไม่มีเวลาพัก
- ทางโทรสาร (Fax) (คิดอัตราค่าใช้จ่ายตามอัตราปกติ)
ผ่านเลขหมาย 0-2699-4338
- ทางจดหมายอิเลคทรอนิคส์ (Email) Email Address: voc@truecorp.co.th
- ทางเว็บไซต์ (Website) www.truecorp.co.th
- ทางจดหมาย (Mail) ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเลขที่ 1252 ชั้น10 อาคารธญาณ ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวงเขตสวนหลวงกทม.10250


หากการร้องเรียนเป็นผล คือTrueยกเลิกการบล๊อก ท่านควรให้โอกาสเขาได้แก้ไข แต่หากท่านร้องเรียนแล้วไม่เกิดผล เราแนะนำให้ใช้วิธีการแก้ไขเบ็ดเสร็จเด็ดขาดคือยกเลิก และเปลี่ยนไปใช้บริการของผู้ให้บริการรายอื่นที่ไม่บล๊อกไทยอีนิวส์ หรือเวบของฝ่ายประชาธิปไตย

2.หากท่านไม่ได้ดำเนินการตามข้อ1 คือไม่ขอร้องเรียน และหรือไม่ยกเลิกอินเตอร์เน็ตTRUEไปใช้บริการอื่น ก็ยอมทนรำคาญเสียเวลาอีกหน่อย ด้วยการเปิดหน้าwww.google.co.thก่อน จากนั้นคีย์คำว่าthaienewsลงไปในช่องค้นหาและคลิ้ก ก็จะเข้ามาหน้าไทยอีนิวส์ได้ตามปกติ

3.หากท่านไม่ร้องเรียน และหรือไม่ยกเลิกอินเตอร์เน็ตTRUEไปใช้บริการอินเตอร์เน็ตอื่น และไม่อยากรำคาญทำตามข้อ2 ก็ขอรบกวนให้ท่านเข้าเยี่ยมชมผ่านทางเวบพร็อกซี่ต่างๆ โดยเข้าไปที่www.proxy.org จากนั้นเลือกเวบพร็อกซี่ที่ท่านต้องการ เช่น www.hidemyass.com เป็นต้น เมื่อเข้าไปในเวบพร็อกซี่เหล่านี้ได้แล้ว ก็นำชื่อurlของไทยอีนิวส์ คือwww.thaienews.blogspot.comหรือhttp://thaienews.blogspot.comไปวางในช่องค้นหา แล้วกดenter เพียงแค่นี้ท่านก็สามารถเข้าเยี่ยมชมไทยอีนิวส์ได้ แต่อาจไม่ได้รับความสะดวกนัก

ในการนี้เราใคร่ขอวิงวอนให้ท่านผู้อ่านของเรากรุณาสละเวลาเพียงเล็กน้อยด้วยการ โทรศัพท์ หรืออีเมล์ไปร้องเรียนกับTrueเพื่อให้พวกเขาทราบถึงปัญหาของท่านผู้อ่าน และกรุณาเตือนเขาว่าหากยังไม่ยกเลิกการบล๊อกไทยอีนิวส์ และเวบฝ่ายประชาธิปไตยอีก33เวบ ก็อาจทำให้Trueต้องสูญเสียลูกค้าที่ทรงคุณค่าอย่างท่าน และท่านอื่นๆที่เป็นผู้อ่านไทยอีนิวส์อีกนับล้านคนได้ เมื่อร้องเรียนไปแล้วผลเป็นประการใดกรุณาแจ้งมาให้เราทราบทางอีเมล์
thaienews@googlegroups.com จะเป็นพระคุณอย่างสูง


ไทยอีนิวส์เป็น1ในจำนวน63เวบไซต์ของฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งถูกรัฐบาลบล็อกเวบ นับตั้งแต่เหตุการณ์ลุกฮือขึ้นประท้วงครั้งใหญ่ของขบวนการคนเสื้อแดงในช่วงสงกรานต์เลือดที่ผ่านมา โดยรัฐบาลอ้างพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อบล็อกหรือปิดกั้นเวบ อย่างไรก็ตามแม้เวลาต่อมารัฐบาลได้ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วก็ไม่ยกเลิกการปิดกั้นเวบบล็อกของไทยอีนิวส์แต่อย่างใด และยังได้ปิดกั้นหนักขึ้นในระยะ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ โดยเมื่อผู้อ่านคลิ้กเข้าเยี่ยมชมก็จะลิ้งค์ไปยังเวบไซต์ของictขึ้นรูปใบไม้เขียว โดยไม่ต้องมีพฤติกรรมปิดบังซ่อนเร้นแบบที่เคยทำตั้งแต่หลังสงกานต์เลือดอีกแล้ว แต่ictก็ไม่ได้ระบุสาเหตุว่า ทำไมต้องปิดกั้นเวบบล็อกนี้

แต่ผู้อ่านของเราได้ตั้งข้อสังเกตว่าบางครั้ง บางวัน บางช่วงเวลาก็เข้าไทยอีนิวส์ได้ตามปกติ ไม่ต้องผ่านพร็อกซี่ ขึ้นกับว่า รัฐบาลหรือict และหรือTRUEกำลังอยู่ในอารมณ์ไหนเป็นหลัก

ไทยอีนิวส์เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร19กันยายน2549เพื่อรายงานข่าว และบทความ ตลอดถึงความเคลื่อนไหวของฝ่ายเรียกร้องต้องการประชาธิปไตย เปิดโปงความชั่วช้าของเผด็จการทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อมวลชนกระแสหลักไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรต้องทำ

ไทยอีนิวส์มียอดผู้เข้าอ่านถึงขณะนี้ 10,850,397 คลิ้ก โดยเริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2550 เป็นต้นมา
(อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง:ฝ่าวงล้อมสื่อกระแสหลัก ยอดผู้อ่านไทยอีนิวส์ทะลุ10ล้านคลิ้ก )

รายชื่อเว็บไซต์ทั้ง 33 แห่งที่ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตของTrueเจอปัญหา เมื่อคลิ้กเข้ามาแล้วจะredirectไปที่ictใบไม้เขียว

01. http://www.justin.tv/nationsiam (Blocked)
02 http://www.konthai.org (Blocked)
03. http://www.thaifreenews.com (Blocked)
04. http://www.thairedshirt-democracy.org/cbox/s1.html (Blocked)
05. [url]http://www.democracytoday.tv [/url](OK)
06. http://www.thaipeoplevoice.org (OK)
07. http://freethais.com/update_13apr09.php (OK)
08. http://www.wered.net (Blocked)
09. http://www.redplus.org (N/A)
10. http://thaienews.blogspot.com (Blocked)
11. http://www.prachachonthai.com (Blocked)
12. http://www.cbnpress.com (OK)
13. http://uddtoday.ning.com (Blocked)
14. http://www.thaireduk.com (N/A)
15. http://www.nocoup.net (OK)
16. http://downmerng.blogspot.com (Blocked)
17. http://www.jakrapob.net (Blocked)
18. http://www.truethaksin.com (Blocked)
19. http://www.chupong.com (Blocked)
20. http://www.rednon.com (Blocked)
21. http://www.chupong.org (Blocked)
22. http://www.serichon.com (Blocked)
23. http://www.nationsiam.com (OK)
24. http://www.gmm2008.com/index.php (OK)
25. http://thaksin.wordpress.com (Blocked)
26. http://thaipresslog.blogspot.com (Blocked)
27. http://thaiopinions.blogspot.com (Blocked)
28. http://www.newskythailand.com (Blocked)
29. http://sites.google.com/site/prachathaiclub/Home (Blocked)
30. http://siamfreedom.blogspot.com (Blocked)
31. http://www.priority-radio.com (Blocked)
32. http://www.cbox.ws (Blocked)
33. http://www.sameskyboard.org

17 กรกฎาคม 2552

ร่วมพลังร้องTRUEเลิกบล๊อกไทยอีนิวส์+33เวบประชาธิปไตย หากไม่ได้ผลก็ยกเลิกไปใช้เน็ตอื่น


ต้นตอและวิธีแก้ไข-ไทยอีนิวส์ถูกทางรัฐบาลใช้วิธีบล๊อคเวบแบบใหม่ โดยเฉพาะคนที่ใช้ Internet ของ True คือการ redirect หน้าเวบไปยังอีกหน้าหนึ่ง ก็คือหน้าของictที่ขึ้นรูปใบไม้เขียว วิธีแก้ไขคือการร้องเรียนTrueให้ยกเลิกการบล๊อก หากร้องเรียนไม่ได้ผล วิธีแก้เบ็ดเสร็จคือยกเลิกบริการของTrueไปใช้บริการของผู้ให้บริการรายอื่น

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
17 กรกฎาคม 2552

ในการนี้เราใคร่ขอวิงวอนให้ท่านผู้อ่านของเรากรุณาสละเวลาเพียงเล็กน้อยด้วยการ โทรศัพท์ หรืออีเมล์ไปร้องเรียนกับTrueเพื่อให้พวกเขาทราบถึงปัญหาของท่านผู้อ่าน และกรุณาเตือนเขาว่าหากยังไม่ยกเลิกการบล๊อกไทยอีนิวส์ และเวบฝ่ายประชาธิปไตยอีก33เวบ ก็อาจทำให้Trueต้องสูญเสียลูกค้าที่ทรงคุณค่าอย่างท่าน และท่านอื่นๆที่เป็นผู้อ่านไทยอีนิวส์อีกนับล้านคนได้ เมื่อร้องเรียนไปแล้วผลเป็ยประการใดกรุณาแจ้งมาให้เราทราบทางอีเมล์
thaienews@googlegroups.com จะเป็นพระคุณอย่างสูง


เป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์มาแล้วที่มีผู้อ่านของเราได้ร้องเรียนเข้ามา และมีการแจ้งข่าวร้องทุกข์ตามเวบบอร์ดต่างๆเช่น ประชาไท พันทิป ฟ้าเดียวกัน เป็นต้นว่า เมื่อคลิ้กเข้าชมเวบบล็อกของไทยอีนิวส์ ตามลิ้งค์www.thaienews.blogspot.com หรือhttp://thaienews.blogspot.comแล้วไม่สามารถเข้าได้ เพราะจะลิ้งค์ไปที่เวบไซต์ของictโดยอัตโนมัติที่ http://58.97.5.29/ict.html

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกรณีผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตของTRUE เป็นหลัก ถือว่าเป็นวิธีบล๊อคเวบแบบใหม่ของคนที่ใช้ Internet ของ True คือการ redirect หน้า webpage ไปยังอีกหน้านึง ก็คือหน้าของictที่ขึ้นรูปใบไม้เขียว

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับไทยอีนิวส์ แต่รวมถึงเวบthaipresslog และอีก33เวบของฝ่ายประชาธิปไตย(ดูรายชื่อท้ายข่าวนี้)

อย่างไรก็ตามสำหรับวิธีแก้ไขในระยะนี้ เราแนะนำท่านผู้อ่านของเราที่ประสบปัญหาดังนี้

1.ท่านควรใช้สิทธิร้องเรียนตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง “กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาเรื่อง ร้องเรียนของผู้ใช้บริการ” ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2549 โดยท่านสามารถร้องเรียนได้ดังนี้

- ทางโทรศัพท์ (Call Center) (ไม่คิดค่าบริการ)
ผ่านเลขหมาย 0-2900-8088
เวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 08.00น.-20.00น. ไม่มีเวลาพัก
- ทางโทรสาร (Fax) (คิดอัตราค่าใช้จ่ายตามอัตราปกติ)
ผ่านเลขหมาย 0-2699-4338
- ทางจดหมายอิเลคทรอนิคส์ (Email) Email Address: voc@truecorp.co.th
- ทางเว็บไซต์ (Website) www.truecorp.co.th
- ทางจดหมาย (Mail) ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเลขที่ 1252 ชั้น10 อาคารธญาณ ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวงเขตสวนหลวงกทม.10250


หากการร้องเรียนเป็นผล คือTrueยกเลิกการบล๊อก ท่านควรให้โอกาสเขาได้แก้ไข แต่หากท่านร้องเรียนแล้วไม่เกิดผล เราแนะนำให้ใช้วิธีการแก้ไขเบ็ดเสร็จเด็ดขาดคือยกเลิก และเปลี่ยนไปใช้บริการของผู้ให้บริการรายอื่นที่ไม่บล๊อกไทยอีนิวส์ หรือเวบของฝ่ายประชาธิปไตย

2.หากท่านไม่ได้ดำเนินการตามข้อ1 คือไม่ขอร้องเรียน และหรือไม่ยกเลิกอินเตอร์เน็ตTRUEไปใช้บริการอื่น ก็ยอมทนรำคาญเสียเวลาอีกหน่อย ด้วยการเปิดหน้าwww.google.co.thก่อน จากนั้นคีย์คำว่าthaienewsลงไปในช่องค้นหาและคลิ้ก ก็จะเข้ามาหน้าไทยอีนิวส์ได้ตามปกติ

3.หากท่านไม่ร้องเรียน และหรือไม่ยกเลิกอินเตอร์เน็ตTRUEไปใช้บริการอินเตอร์เน็ตอื่น และไม่อยากรำคาญทำตามข้อ2 ก็ขอรบกวนให้ท่านเข้าเยี่ยมชมผ่านทางเวบพร็อกซี่ต่างๆ โดยเข้าไปที่www.proxy.org จากนั้นเลือกเวบพร็อกซี่ที่ท่านต้องการ เช่น www.hidemyass.com เป็นต้น เมื่อเข้าไปในเวบพร็อกซี่เหล่านี้ได้แล้ว ก็นำชื่อurlของไทยอีนิวส์ คือwww.thaienews.blogspot.comหรือhttp://thaienews.blogspot.comไปวางในช่องค้นหา แล้วกดenter เพียงแค่นี้ท่านก็สามารถเข้าเยี่ยมชมไทยอีนิวส์ได้ แต่อาจไม่ได้รับความสะดวกนัก

ในการนี้เราใคร่ขอวิงวอนให้ท่านผู้อ่านของเรากรุณาสละเวลาเพียงเล็กน้อยด้วยการ โทรศัพท์ หรืออีเมล์ไปร้องเรียนกับTrueเพื่อให้พวกเขาทราบถึงปัญหาของท่านผู้อ่าน และกรุณาเตือนเขาว่าหากยังไม่ยกเลิกการบล๊อกไทยอีนิวส์ และเวบฝ่ายประชาธิปไตยอีก33เวบ ก็อาจทำให้Trueต้องสูญเสียลูกค้าที่ทรงคุณค่าอย่างท่าน และท่านอื่นๆที่เป็นผู้อ่านไทยอีนิวส์อีกนับล้านคนได้ เมื่อร้องเรียนไปแล้วผลเป็ยประการใดกรุณาแจ้งมาให้เราทราบทางอีเมล์
thaienews@googlegroups.com จะเป็นพระคุณอย่างสูง


ไทยอีนิวส์เป็น1ในจำนวน63เวบไซต์ของฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งถูกรัฐบาลบล็อกเวบ นับตั้งแต่เหตุการณ์ลุกฮือขึ้นประท้วงครั้งใหญ่ของขบวนการคนเสื้อแดงในช่วงสงกรานต์เลือดที่ผ่านมา โดยรัฐบาลอ้างพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อบล็อกหรือปิดกั้นเวบ อย่างไรก็ตามแม้เวลาต่อมารัฐบาลได้ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วก็ไม่ยกเลิกการปิดกั้นเวบบล็อกของไทยอีนิวส์แต่อย่างใด และยังได้ปิดกั้นหนักขึ้นในระยะ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ โดยเมื่อผู้อ่านคลิ้กเข้าเยี่ยมชมก็จะลิ้งค์ไปยังเวบไซต์ของictขึ้นรูปใบไม้เขียว โดยไม่ต้องมีพฤติกรรมปิดบังซ่อนเร้นแบบที่เคยทำตั้งแต่หลังสงกานต์เลือดอีกแล้ว แต่ictก็ไม่ได้ระบุสาเหตุว่า ทำไมต้องปิดกั้นเวบบล็อกนี้

แต่ผู้อ่านของเราได้ตั้งข้อสังเกตว่าบางครั้ง บางวัน บางช่วงเวลาก็เข้าไทยอีนิวส์ได้ตามปกติ ไม่ต้องผ่านพร็อกซี่ ขึ้นกับว่า รัฐบาลหรือict และหรือTRUEกำลังอยู่ในอารมณ์ไหนเป็นหลัก

ไทยอีนิวส์เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร19กันยายน2549เพื่อรายงานข่าว และบทความ ตลอดถึงความเคลื่อนไหวของฝ่ายเรียกร้องต้องการประชาธิปไตย เปิดโปงความชั่วช้าของเผด็จการทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อมวลชนกระแสหลักไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรต้องทำ

ไทยอีนิวส์มียอดผู้เข้าอ่านถึงขณะนี้ 10,850,397 คลิ้ก โดยเริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2550 เป็นต้นมา
(อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง:ฝ่าวงล้อมสื่อกระแสหลัก ยอดผู้อ่านไทยอีนิวส์ทะลุ10ล้านคลิ้ก )

รายชื่อเว็บไซต์ทั้ง 33 แห่งที่ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตของTrueเจอปัญหา เมื่อคลิ้กเข้ามาแล้วจะredirectไปที่ictใบไม้เขียว

01. http://www.justin.tv/nationsiam (Blocked)
02 http://www.konthai.org (Blocked)
03. http://www.thaifreenews.com (Blocked)
04. http://www.thairedshirt-democracy.org/cbox/s1.html (Blocked)
05. [url]http://www.democracytoday.tv [/url](OK)
06. http://www.thaipeoplevoice.org (OK)
07. http://freethais.com/update_13apr09.php (OK)
08. http://www.wered.net (Blocked)
09. http://www.redplus.org (N/A)
10. http://thaienews.blogspot.com (Blocked)
11. http://www.prachachonthai.com (Blocked)
12. http://www.cbnpress.com (OK)
13. http://uddtoday.ning.com (Blocked)
14. http://www.thaireduk.com (N/A)
15. http://www.nocoup.net (OK)
16. http://downmerng.blogspot.com (Blocked)
17. http://www.jakrapob.net (Blocked)
18. http://www.truethaksin.com (Blocked)
19. http://www.chupong.com (Blocked)
20. http://www.rednon.com (Blocked)
21. http://www.chupong.org (Blocked)
22. http://www.serichon.com (Blocked)
23. http://www.nationsiam.com (OK)
24. http://www.gmm2008.com/index.php (OK)
25. http://thaksin.wordpress.com (Blocked)
26. http://thaipresslog.blogspot.com (Blocked)
27. http://thaiopinions.blogspot.com (Blocked)
28. http://www.newskythailand.com (Blocked)
29. http://sites.google.com/site/prachathaiclub/Home (Blocked)
30. http://siamfreedom.blogspot.com (Blocked)
31. http://www.priority-radio.com (Blocked)
32. http://www.cbox.ws (Blocked)
33. http://www.sameskyboard.org

16 กรกฎาคม 2552

32 เว็บที่ถูกบล็อคช่วงสงกรานต์เลือด 23 เว็บยังคงถูกบล็อคอยู่.. นี่หรือประชาธิปไตยในยุคอภิสิทธิ์

โดย คุณ rednon
ที่มา บอร์ดประชาไท

นี่คือรายชื่อของเว็บที่ถูกบล็อคในช่วงก่อน และหลังสงกรานต์เลือด มีจำนวนทั้งสิ้น 32 เว็บ เข้าใจว่าช่วงนั้นอาจมี พรก. อยู่จึงสามารถปิดกั้นเว็บได้ตามสิทธิ์ตาม พรก. ของรัฐบาล

แต่ตอนนี้ เหตุการณ์ผ่านไปเกือบ 90 วัน เว็บไซต์ 23 เว็บจาก 32 เว็บ ก็ยังคงถูกบล็อคอยู่จาก ISP ของแต่ละที่ (ผมใช้เน็ตของ TRUE ในการตรวจสอบข้อมูลข้างล่างนี้)นี่คือความผิดพลาดโดยสุจริต หรือการแกล้งโง่ของรัฐบาลอภิสิทธิ์กันแน่

รายชื่อเว็บไซต์ทั้ง 32 เว็บที่ถูก ICT ส่งหนังสือไปยัง ISP ทั่วประเทศให้ทำการบล็อค

01. http://www.justin.tv/nationsiam (Blocked)
02 http://www.konthai.org (Blocked)
03. http://www.thaifreenews.com (Blocked)
04. http://www.thairedshirt-democracy.org/cbox/s1.html (Blocked)
05. [url]http://www.democracytoday.tv [/url](OK)
06. http://www.thaipeoplevoice.org (OK)
07. http://freethais.com/update_13apr09.php (OK)
08. http://www.wered.net (Blocked)
09. http://www.redplus.org (N/A)
10. http://thaienews.blogspot.com (Blocked)
11. http://www.prachachonthai.com (Blocked)
12. http://www.cbnpress.com (OK)
13. http://uddtoday.ning.com (Blocked)
14. http://www.thaireduk.com (N/A)
15. http://www.nocoup.net (OK)
16. http://downmerng.blogspot.com (Blocked)
17. http://www.jakrapob.net (Blocked)
18. http://www.truethaksin.com (Blocked)
19. http://www.chupong.com (Blocked)
20. http://www.rednon.com (Blocked)
21. http://www.chupong.org (Blocked)
22. http://www.serichon.com (Blocked)
23. http://www.nationsiam.com (OK)
24. http://www.gmm2008.com/index.php (OK)
25. http://thaksin.wordpress.com (Blocked)
26. http://thaipresslog.blogspot.com (Blocked)
27. http://thaiopinions.blogspot.com (Blocked)
28. http://www.newskythailand.com (Blocked)
29. http://sites.google.com/site/prachathaiclub/Home (Blocked)
30. http://siamfreedom.blogspot.com (Blocked)
31. http://www.priority-radio.com (Blocked)
32. http://www.cbox.ws (Blocked)

เชื่อมั่นอภิสิทธิ์.. เชื่อมั่นประเทศไทย เนี๊ยะอะนะ.. กุ้ม

หมายเหตุ: ผมได้สอบถามจากผู้รู้แล้วว่า การบล็อคเว็บไซต์ กระทำโดย ISP แต่ละแห่ง ดังนั้น ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบางราย อาจเข้าเว็บข้างต้นได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ขึ้นอยู่กับว่าท่านได้ใช้เน็ตของ ISP ของที่ใด

15 กรกฎาคม 2552

นักรบไซเบอร์


โดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
ที่มา คอลัมน์ อยากมีเรื่อง(ให้คิด) นสพ.มหาประชาชน ฉบับความจริงวันนี้
15 กรกฎาคม2552

อาจเป็นเพราะงานที่ผมทำ คือพูดให้คนฟัง น้อยครั้งเหลือเกินที่ผมจะได้เป็นผู้ฟัง แต่ในโลกไซเบอร์ผมเป็นผู้ฟัง ผู้เสพได้ตลอดเวลา บางคืนตระเวนอ่านความคิดล็อกอินต่างๆ จนเกือบเช้า ยอมรับตรงไปตรงมาว่าผมเป็นแฟนความคิด แฟนคารมของล็อกอินหลายคน


ผมรู้จัก คอมมิวนิสต์ก่อนคอมพิวเตอร์ เพราะช่วงชีวิตวัยเยาว์มีโอกาสสัมผัสกับคนเข้าป่า ถือปืน ยืนต่อสู้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เข้าใจสิ่งที่พวกเขาคิดลึกซึ้งนัก

เช่นเดียวกับตอนรู้จักคอมพิวเตอร์หรือกระทั้งคอร์สเพื่อศึกษาทำความเข้าใจกับมัน

จนเวลาผ่านไป คำว่าคอมมิวนิสต์ก็ดูจะเลือนรางห่างหายจากสังคมไทย และสังคมโลก ต่างกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งขยายอิทธิพลอย่างไม่หยุดยั้ง จนพูดได้ว่า ณ ปัจจุบัน โลกใบนี้อยู่โดยไม่มีคอมพิวเตอร์ไม่ได้

ด้วยเหตุดังว่าทำให้ผมต้องหันมาสนใจคอมพิวเตอร์กับเขาด้วย แต่จะให้คนแบบผมมานั่งศึกษาโปรแกรมสร้างเอกสาร หรือสร้างงานอื่นๆด้วยคอมพิวเตอร์นี่เห็นจะไม่ใช่สิ่งที่สะกดความสนใจผมได้คราวละหลายชั่วโมง

คือโลกกว้างที่เราได้ท่องทะยานผ่านหน้าต่างบานเล็กๆ แบบหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เขาเรียกว่าอินเตอร์เน็ตนั่นต่างหาก

ผมได้รู้อะไรหลายอย่างจากการท่องเที่ยวในโลกอินเตอร์เน็ต ติดอกติดใจถึงขนาดไปหาซื้อคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊กไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ
เดินทางไปทางไหนมาไหนก็มักสะพายติดตัวไปด้วย ล่าสุดที่สกลนครนี่ถึงกับนอนกอดเลยที่เดียว

เว็บที่เข้าไปนี่ก็ตามประสาล่ะครับ ที่ไหนมีการเมืองที่นั่นก็มีผมไปด้อมๆมองๆอยู่กับเขาด้วย ยิ่งที่ไหนมีการต่อสู้ปะทะคารม เฉือนคมความคิดกันทางการเมือง ผมยิ่งเป็นผู้ชมติดขอบเวที

ในโลกอินเตอร์เน็ต ผมได้รู้จักคนกลุ่มหนึ่ง ที่เขาเรียกตัวเองหรือใครไม่รู้เริ่มต้นเรียกพวกเขาว่านักรบไซเบอร์

จริงๆจะพูดว่ารู้จักก็คงไม่ถูกนัก เพราะบรรดานักรบไซเบอร์ทั้งหลายเขาแสดงตัวเป็นนามแฝงหรือล็อกอิน ซึ่งใครจะเป็นใครไม่ทราบ จะเลือกใช้ชื่ออะไรก็ได้

คล้ายๆกับในโลกใบนี้ทุกคนจะไม่มีตัวตน ไม่มีใครรู้ว่าไผเป็นไผ แต่สิ่งที่จะแสดงตัวตอนของแต่ละคน คือมุมความคิด และจุดยืนทางการเมืองซึ่งจะทำให้เรารู้ว่า สีอะไร

แดงกับเหลืองปะทะกันทุกวันในโลกไซเบอร์ ส่วนน้ำเงินไม่เคยเห็น เข้าใจว่าถนัดลอบกัดแบบที่พัทยา หรือหลายจุดในกรุงเทพฯ มากกว่า

เวลาเขาปะทะกันทุกวันผมจะสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่ว่าผมเป็นประเภทชอบซาดิสม์ ชอบดูคนซัดกันนะครับ แต่เวลามีการโพสต์ข้อความสู้กันของคนที่เห็นต่าง มันสร้างความรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับตัวผมเข้าให้ด้วย

ผมชอบฟังสิ่งที่คนพูด อ่านสิ่งที่คนคิด ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นพวกเดียวกับผมหรือไม่ เป็นนิสัยที่ติดตัวผมมาตลอด ผมอยากเข้าใจว่าเขาคิดอะไร และที่สำคัญเขาใช้วิธีการนำเสนอ หรืออธิบายความแบบไหน

อาจเป็นเพราะงานที่ผมทำ คือพูดให้คนฟัง ทำให้คนเข้าใจว่าคิดอะไร เห็นยังไง เชื่ออย่างไร เวลาเจอใครเขาก็ชอบให้ผมพูด อธิบายวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆอยู่ตลอดเวลา น้อยครั้งเหลือเกินที่ผมจะได้เป็นผู้ฟัง

แต่ในโลกไซเบอร์ผมเป็นผู้ฟัง ผู้เสพได้ตลอดเวลา บางคืนตระเวนอ่านความคิดล็อกอินต่างๆ จนเกือบเช้า ยอมรับตรงไปตรงมาว่าผมเป็นแฟนความคิด แฟนคารมของล็อกอินหลายคน

บางคนได้รู้จักตัวจริงบ้างแล้ว เพราะเขามาแนะนำตัว แต่บางคนยังไม่รู้จักกัน และผมคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าเราจะรู้จักกันหรือไม่
เพราะในโลกไซเบอร์ขอแค่ให้เราได้รู้จักความคิดนั่นก็คงเพียงพอ

พรรคพวกที่สนิทกันบางคนแนะนำให้ผมมีล็อกอินเป็นนักรบไซเบอร์กับเขาบ้าง เวลามีอะไรสื่อสารกับประชาชนชาวไซเบอร์ก็ทำได้เลยโดยไม่ต้องแสดงตัว แต่ผมว่าไม่ดีกว่าผมอยากอยู่ในโลกไซเบอร์ในฐานะคนเสื้อแดงคนหนึ่งที่ร่วมต่อสู้กับบรรดานักรบทั้งหลาย

เวลาเขาโพสต์ข้อความกัน ผมก็เอาใจช่วย อันไหนถูกใจผมก็ปรบมือชื่นชม ผมอยากเป็นเหมือนพี่น้องคนเสื้อแดงที่เขามาร่วมต่อสู้ในเวทีของเรา พวกผมอยู่บนเวที พี่น้องเรือนหมื่นเรือนแสนอยู่ข้างล่าง เราไม่รู้จักกันเป็นส่วนตัว บางคนมาร่วมชุมนุมทุกครั้งโดยไม่ได้แสดงตัวกับใครหรือแกนนำคนไหน

ถึงเวลาที่ท่านมาสู้ แล้วไม่ได้สู้ตามการชักจูงของใคร แต่สู้เพราะสิ่งที่ท่านเชื่อ สู้เพราะสิ่งที่ท่านศรัทธานั่นคือประชาธิปไตย

ผมเป็นคนแบบนี้ในโลกไซเบอร์ครับ ทุกครั้งที่มีโอกาสผมจะไปยืนข้างนักรบทุกท่าน แม้ไม่ได้ร่วมตากแดดตากฝนเหมือนภาคสนาม
แต่ผมก็อดหลับอดนอนไปพร้อมกับพวกท่านได้ ก็พวกท่านเป็นแกนนำของผมนี่

การต่อสู้ของคนเสื้อแดงยามนี้ก็เป็นแบบนี้ครับ ไม่มีใครเป็นผู้นำเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพียงแต่จิตวิญญาณประชาธิปไตยของแต่ละคนนำพวกเรามา แล้วมารวมพลังต่อสู้ด้วยกัน ใครถนัดทางไหนก็ไปแสดงบทบาทตรงนั้น

เวลาผมปราศรัยนักรบไซเบอร์ทั้งหลายก็เชียร์อยู่หน้าเวที เวลาท่านสู้ในโลกไซเบอร์ผมก็เคียงบ่าเคียงไหล่อยู่ในนั้น

ถึงวันนี้ ไม่ต้องรอใครแล้วครับ เส้นไม่ต้องมี ศาลไม่ต้องช่วย ประชาชนเพียวๆนี่แหละ ให้มันรู้ไปว่าชนะเขาไม่ได้

ขอเป็นกำลังใจให้นักรบไซเบอร์ตลอดไปครับ และขอชื่นชมกิจกรรมที่แตกกอต่อยอดออกไปเป็นหน่วยแพทย์ หรืออื่นๆอีกมากมายเพื่อสนับสนุนการต่อสู้ของคนเสื้อแดง

ส่วนล็อกอินไหน กวนตี.. ก็เอาให้หนักเลยครับนักรบทั้งหลาย ผมจะเขย่าหัวใจตบเชียร์อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

12 กรกฎาคม 2552

ทักษิณสายตรงจากต่างแดนผ่านวิทยุคนรักอุดรเริ่มจันทร์13ก.ค.


ติดตามรับฟังวิทยุทางอินเตอร์เน็ตได้ที่
-http://www.weloveudon.net/-http://www.weloveudon.net/radio-station.php

6 กรกฎาคม 2552

รัฐบาลปิดกั้นไทยอีนิวส์พลการ เบื่อใบไม้เขียวเชิญหลบเข้าผ่านพร็อกซี่


รหัสใบไม้เขียว-ไทยอีนิวส์ถูกทางรัฐบาลบล็อกปิดกั้นมาตั้งแต่เหตุการณ์สงกรานต์เลือดโดยอ้างพรก.ฉุกเฉิน แต่หลังจากสถานการณ์สงบลง รัฐบาลกลับไม่ยอมยกเลิกการปิดกั้น และหนักหนาขึ้นในช่วง2สัปดาห์มานี้คือพอคนคลิ้กเข้าเยี่ยมก็จะไปโผล่ที่เวบictบอกชัดเจนว่าปิดกั้น แต่ก็ไม่ได้บอกสาเหตุว่าทำไมต้องปิดกั้น..

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
6 กรกฎาคม 2552

เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์มาแล้วที่มีผู้อ่านของเราได้ร้องเรียนเข้ามา และมีการแจ้งข่าวร้องทุกข์ตามเวบบอร์ดต่างๆเช่น ประชาไท พันทิป ฟ้าเดียวกัน เป็นต้นว่าเมื่อคลิ้กเข้าชมเวบบล็อกของไทยอีนิวส์ ตามลิ้งค์www.thaienews.blogspot.com หรือhttp://thaienews.blogspot.comแล้วไม่สามารถเข้าได้ เพราะจะลิ้งค์ไปที่เวบไซต์ของictโดยอัตโนมัติที่ http://58.97.5.29/ict.html

อย่างไรก็ตามสำหรับวิธีแก้ไขในระยะนี้ เราแนะนำให้ท่านเข้าเยี่ยมชมผ่านทางเวบพร็อกซี่ต่างๆ โดยเข้าไปที่www.proxy.org จากนั้นเลือกเวบพร็อกซี่ที่ท่านต้องการ เช่น www.hidemyass.com เป็นต้น เมื่อเข้าไปในเวบพร็อกซี่เหล่านี้ได้แล้ว ก็นำชื่อurlของไทยอีนิวส์ คือwww.thaienews.blogspot.comหรือhttp://thaienews.blogspot.comไปวางในช่องค้นหา แล้วกดenter เพียงแค่นี้ท่านก็สามารถเข้าเยี่ยมชมไทยอีนิวส์ได้ตามปกติ

ไทยอีนิวส์เป็น1ในจำนวน63เวบไซต์ของฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งถูกรัฐบาลบล็อกเวบ นับตั้งแต่เหตุการณ์ลุกฮือขึ้นประท้วงครั้งใหญ่ของขบวนการคนเสื้อแดงในช่วงสงกรานต์เลือดที่ผ่านมา โดยรัฐบาลอ้างพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อบล็อกหรือปิดกั้นเวบ อย่างไรก็ตามแม้เวลาต่อมารัฐบาลได้ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วก็ไม่ยกเลิกการปิดกั้นเวบบล็อกของไทยอีนิวส์แต่อย่างใด และยังได้ปิดกั้นหนักขึ้นในระยะ2สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ โดยเมื่อผู้อ่านคลิ้กเข้าเยี่ยมชมก็จะลิ้งค์ไปยังเวบไซต์ของictขึ้นรูปใบไม้เขียว โดยไม่ต้องมีพฤติกรรมปิดบังซ่อนเร้นแบบที่เคยทำตั้งแต่หลังสงกานต์เลือดอีกแล้ว แต่ictก็ไม่ได้ระบุสาเหตุว่าทำไมต้องปิดกั้นเวบบล็อกนี้

แต่ผู้อ่านของเราได้ตั้งข้อสังเกตว่าบางครั้ง บางวัน บางช่วงเวลาก็เข้าไทยอีนิวส์ได้ตามปกติ ไม่ต้องผ่านพร็อกซี่ ขึ้นกับว่ารัฐบาลหรือictกำลังอยู่ในอารมณ์ไหนเป็นหลัก

ไทยอีนิวส์เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร19กันยายน2549เพื่อรายงานข่าว และบทความ ตลอดถึงความเคลื่อนไหวของฝ่ายเรียกร้องต้องการประชาธิปไตย เปิดโปงความชั่วช้าของเผด็จการทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อมวลชนกระแสหลักไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรต้องทำ

ไทยอีนิวส์มียอดผู้เข้าอ่านถึงขณะนี้ 10,684,763 คลิ้ก โดยเริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2550 เป้นต้นมา

องค์กรสื่อนานาชาติออกโรงแถลงการณ์ทบทวนกฎหมายหมิ่นคุกคามสื่อเทศ

ที่มา ประชาไท
6 กรกฎาคม 2552

“เราได้กล่าวไปแล้วและขอกล่าวอีกครั้งว่า กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในระบบกฎหมายไทยนั้นต้องได้รับการทบทวนโดยสภานิติบัญญัติและผู้นำของไทยต่อประเด็นที่มันถูกใช้ในการปิดกั้นและคุกคามสื่อมวลชนในประเทศ"-แถลงการณ์ของSEAPA


องค์กรสื่อระหว่างประเทศ แสดงความวิตกกังวลต่อกรณีสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยถูกฟ้องหมิ่นฯ

สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศจีน และเครือข่ายสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ แสดงความวิตกกังวลกรณีคณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย ถูกฟ้องร้องฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ระบุกฎหมายหมิ่นฯ กลายเป็นเครื่องมือปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น


หลังจากที่ น.ส.ลักษณา กรณ์ศิลป อายุ 57 ปี อาชีพนักแปลและที่ปรึกษาภาคอุตสาหกรรมบริษัทเอกชน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.เดชา พรหมสุวรรณ พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ให้ดำเนินคดีกับ นายโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวบีบีซีประจำภูมิภาคเอเชีย และกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย หรือ FCCT รวม 13คน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี

กรณีร่วมกันนำคำบรรยายพิเศษภาษาอังกฤษ ของนายจักรภาพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 50 โดยอ้างว่ามีถ้อยคำเข้าข่ายดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์บันทึกเป็นวีซีดีออก จำหน่ายกับประชาชน รวมทั้งจัดแปลบทเสวนาของนายวีระ มุกสิกพงศ์ และนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ สองแกนนำ นปช. ซึ่งเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง เป็นภาษาอังกฤษออกเผยแพร่นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ก.ค. สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศจีนได้แถลงแสดงความวิตกกังวลต่อกรณีดังกล่าว ทั้งยังได้เรียกร้องให้ทางการไทยให้การรับรองเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้สื่อข่าวในประเทศไทย

โดยแถลงการณ์เรื่องการฟ้องร้องสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวล ระบุว่าสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศจีนมีความวิตกกังวลที่ได้รู้ว่าผู้ร่วมวิชาชีพของเราซึ่งเป็นสมาชิกทั้งคณะของคณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยถูกฟ้องร้องในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพซึ่งเป็นโทษอาญาที่มีระวางโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี

เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวนสอบสวนคณะกรรมการทั้ง 13 คนของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศหลังจากได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษซึ่งอ้างถึงการจำหน่ายดีวีดีของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนก่อนซึ่งมาปาฐกถาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย โดยที่การปาฐกถาดังกล่าวมีขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

นี่เป็นความกังวลที่หนักขึ้น เนื่องจากฎหมายไทยเรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถูกใช้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อจะจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก โจนาธาน เฮด กรรมการคนหนึ่งของสมาคมต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาเดียวกันกับที่เคยถูกฟ้องร้องมาก่อน

นายสก็อต แมคโดนัลด์ ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ กล่าวเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย โดยระบุว่า “สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศเรียกร้องต่อทางการไทยให้เคารพต่อเสรีภาพของสื่อมวลชนและให้หลักประกันว่าผู้สื่อข่าวสามารถทำหน้าที่ของตนในประเทศไทยได้โดยมีอิสระจากการกีดขวาง”

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 2 ก.ค. เครือข่ายสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ หรือ ซีป้า (The Southeast Asian Press Alliance -SEAPA) ซีได้ออกแถลงการณ์ แสดงความวิตกกังวลต่อกรณีการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพฟ้องร้องคณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย และเน้นย้ำว่าสิ่งที่นี่คือการตอกย้ำการความต่อเนื่องของการคุกคามซึ่งกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นปัญหาของการคุกคามเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในประเทศไทย

“เราพบว่านี่เป็นพัฒนาการของปัญหาที่ลึกซึ้งยิ่ง ผู้สื่อข่าวทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ มีโอกาสที่จะเผชิญกับความพยายามที่จะคุกคามสื่อมวลชนในประเทศไทย” โรบี้ อาลัมเปย์ ผู้อำนวยการซีป้ากล่าว และว่า “เราได้กล่าวไปแล้วและขอกล่าวอีกครั้งว่า กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในระบบกฎหมายไทยนั้นต้องได้รับการทบทวนโดยสภานิติบัญญัติและผู้นำของไทยต่อประเด็นที่มันถูกใช้ในการปิดกั้นและคุกคามสื่อมวลชนในประเทศ"

4 กรกฎาคม 2552

สิ้นสุดการรอคอย221วัน ดำเนินคดีหัวโจกโจรก่อการร้ายโทษประหาร "เส้นใหญ่"หนุนหลังลอยนวล


สิ้นสุดการรอคอย-หลังจากไทยอีนิวส์ขึ้นป้ายนับเวลา"กรณีผู้ก่อการร้ายพันธมิตรยึดสนามบิน โดยยังไม่มีการดำเนินคดีผ่านไปแล้วเป็นเวลา 221 วัน 21 ชั่วโมง 32 นาที 57 วินาที"ล่าสุดได้ปลดป้ายดังกล่าวลงแล้ว

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
4 กรกฎาคม 2552
เป็นเวลา221วันหรือ7เดือนกับอีก9วันตำรวจเพิ่งได้ฤกษ์ดำเนินคดี ออกหมายเรียกโจรก่อการร้ายพันธมิตรยึดสนามบิน แบ่งออกเป็น2กระทงคดีสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นสนามบินสากลโดนคดีก่อการร้ายและทำให้การบริการท่าอากาศยานชะงักลง โทษหนักถึงประหารชีวิต เพราะไทยทำสนธิสัญญากับนานาชาติไว้ แต่คดียึดดอนเมืองโดนแค่บุกรุก หัวโจกโจรโดนเรียบรวมรมต.อาหารดีดนตรีก็เพราะไม่รอด แต่"เส้นใหญ่หนุนหลัง"ที่กฎหมายระบุโทษถึงประหารไร้ชื่อตกเป็นผู้ต้องหา



ดองคดีนาน221วันตำรวจเพิ่งได้ฤกษ์ดำเนินคดีหัวโจกโจรยึดสนามบินหนักถึงประหาร

วันนี้ (4 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.ราชาเทวะ ออกหมายเรียกวันที่ 1 ก.ค.52 ลงนามโดย พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ในคดีระหว่าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กับพวก ผู้กล่าวหา และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวก ผู้ต้องหา โดยให้ผู้ต้องหาทั้งหมดเข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน ในข้อหา “ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญฯ มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้า ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ , เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการมั่วสุมแล้วไม่เลิก, ก่อการร้าย, บุกรุก, ทำให้เสียทรัพย์ ฯลฯ” ทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง ซึ่งโทษในคดีนี้เป็นความผิดฐานก่อการร้ายสากล และมีบทระวางโทษหนักถึงประหารชีวิต

ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2551 และฉบับที่ 2 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2551 เหตุเกิดระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2551 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ

หัวโจกโจรโดนยกแผง รัฐมนตรีอาหารดีดนตรีเพราะโดนด้วย

ผู้ที่ถูกออกหมายเรียกในข้อหาบุกรุกสนามบินสุวรรณภูมิรวมทั้งสิ้น 25 คน ประกอบไปด้วย 1. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
2. นายสนธิ ลิ้มทองกุล
3. นายสุริยะใส กตะศิลา
4. นายสำราญ รอดเพชร
5. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
6. นายอมร อมรรัตนานนท์
7. นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์
8. นายศิริชัย ไม้งาม
9. นางมาลีรัตน์ แก้วก่า
10.นายเทิดภูมิ ใจดี
11.นายพิภพ ธงไชย
12.พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์
13.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก
14.นายพิชิต ไชยมงคล
15.นายประพันธ์ คูณมี
16.นายบรรจง นะแส
17.นายกษิต ภิรมย์
18.นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง
19.นายวีระ สมความคิด
20.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข
21.น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์
22.ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์
23.นายชนะ ผาสุกสกุล
24.พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์
25.นายสุรวิชช์ วีรวรรณ

อีกกระทงคดียึดสนามบินดอนเมือง แต่ไม่มีคดีก่อการร้ายเพราะไม่ใช่สนามบินสากล

นอกจากนั้น พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ออกหมายเรียกวันที่ 1 ก.ค.52 ลงนามโดย พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ในคดีระหว่างสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยนายพงษ์ศักดิ์ ศิริวงษ์ ผู้รับมอบอำนาจกับพวก ผู้กล่าวหา และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข กับพวก ผู้ต้องหา โดยให้ผู้ต้องหาทั้งหมดเข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน ในข้อหา “กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีการอื่นใด อันมิใช่เป็นการ กระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่ จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรหรือเพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย หรือ ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง ประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง

มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้า หรือผู้สั่งการ และเป็นผู้ใช้ ยุยงส่งเสริม โฆษณา หรือประกาศ, ร่วมกันบุกรุกสำนักงาน หรืออสังหาริมทรัพย์ ในความครอบครองของผู้อื่น, ร่วมกันบุกรุกสำนักงาน หรืออสังหาริมทรัพย์ ในความครอบครองของผู้อื่น โดยเป็นผู้ใช้ ยุยงส่งเสริม โฆษณา หรือประกาศ” เหตุเกิด ท่าอากาศยานดอนเมือง ระหว่าง วันที่ 25 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคม 2551

ผู้ที่ถูกออกหมายเรียกในข้อหาบุกรุกสนามบินดอนเมือง รวมทั้งสิ้น 27 คน ประกอบไปด้วย
1. พล.ต. จำลอง ศรีเมือง
2. นายสนธิ ลิ้มทองกุล
3. นายพิภพ ธงไชย
4. นายสุริยะใส กตะศิลา
5. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข
6. นางมาลีรัตน์ แก้วก่า
7. นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์
8. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
9. นายอมร อมรรัตนานนท์
10.นายสำราญ รอดเพชร
11.นายศิริชัย ไม้งาม
12.นายเทิดภูมิ ใจดี
13.นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
14.นายสาวิทย์ แก้วหวาน
15.นายพิชิต ไชยมงคล
16.นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด
17.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก
18.นายประพันธ์ คูณมี
19.พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์
20.นางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์
21.นายสมบูรณ์ สุวรรณฝ่าย
22.น.ส.จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ
23.นายเติมศักดิ์ จารุปราณ
24.นายบัณฑิต ปิ่นมงคลกุล
25.น.ส.วรรษมน ช่างปรีชา
26.นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที
27.นายสุมิตร นวลมณี

ทนายโจรหัวหมอนัดมอบตัว16ก.ค.ปากแข็งปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ด้านนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรฯ กล่าวว่า แกนนำพันธมิตรฯ พร้อมแนวร่วมพันธมิตรฯ ที่ถูกออกหมายเรียก จะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต ในวันที่ 16 ก.ค. นี้ ตามหมายเรียก โดยเบื้องต้นจะได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าการชุมนุมของพันธมิตรฯ เป็นไปตามกรอบแห่งรัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งประชาชนสามารถกระทำได้

ทั้งนี้ให้ผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่สโมสรตำรวจ วันที่ 16 ก.ค.นี้ โดยให้ผู้ต้องหาคดีบุกรุกสนามบินดอนเมืองเข้ารายงานตัวในเวลา 9.30 น. ส่วนคดีบุกรุกสนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลา 13.00 น.


รอจนเซ็ง-ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวกว่า3แสนคนที่ตกค้างช่วงอันธพาลการเมืองพันธมิตรยึดสนามบินที่ต้องทนรอด้วยความเซ็งสุดขีด โลกก็รอการดำเนินคดีนี้ผ่านมา 7 เดือนเศษ หรือกว่า221วันนับแต่ก่อคดีก่อการร้ายยึดสนามบินสากล เพิ่งจะมีการดำเนินคดี

กฎหมายระบุคนยึดสนามบินสากล และคนหนุนหลังมีโทษหนักประหารชีวิต

ทั้งนี้จากการแจ้งข้อกล่าวหาจะพบว่ามีความแตกต่างระหว่างคดียึดสนามบินสุวรรณภูมิกับคดียึดสนามบินดอนเมือง โดยคดียึดสนามบินสุวรรณภูมิมีข้อหาก่อการร้ายและทำให้การบริการท่าอากาศยานชะงักลง ส่วนคดียึดสนามบินดอนเมืองไม่มีแจ้งข้อหานี้

จากการตรวจสอบพบว่า ไทยได้ลงนามในพิธีสารเพื่อการปราบปรามการกระทำรุนแรงอันมิชอบด้วยกฎหมาย ณ ท่าอากาศยานสากล ซึ่งให้บริการการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( อ่านรายละเอียด คลิ้กที่นี่ )และมีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นต้นมา โดยมีข้อตกลงในพิธีสารนี้ที่สำคัญว่า

พิจารณาเห็นว่า การกระทำรุนแรงอันมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นอันตรายหรือน่าจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัย ของบุคคล ณ ท่าอากาศยานซึ่งให้บริการการบินพลเรือนระหว่างประเทศ

๑ ทวิ บุคคลหนึ่งบุคคลใดกระทำความผิด หากได้กระทำดังต่อไปนี้อย่างมิชอบด้วยกฎหมายและโดยเจตนา โดยใช้เครื่องมือ วัสดุ หรืออาวุธใด ๆ
(ก) กระทำการอันรุนแรงต่อบุคคล ณ ท่าอากาศยานซึ่งให้บริการการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเหตุให้หรือน่าจะเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือความตาย หรือ

(ข) ทำลาย หรือทำความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสิ่งอำนวยความสะดวกของท่าอากาศยาน ซึ่งให้บริการการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือต่ออากาศยานที่ไม่ได้ให้บริการ ซึ่งจอดอยู่ ณ ท่าอากาศยานนั้น หรือทำให้การบริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง หากการกระทำนั้นเป็นอันตรายหรือน่าจะเป็นอันตราย ต่อความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยานนั้น"


เมื่อรัฐบาลไทยได้ลงนามในพิธีสารดังกล่าวแล้ว ก็ได้มีการออกกฎหมายรองรับคือ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2538 (รายละเอียดคลิ้กที่ ลิ้งค์ )ระบุว่า

มาตรา 6 ทวิ(1) ผู้ใด
(1) กระทำการประทุษร้ายผู้อื่นในท่าอากาศยานที่ให้บริการการบินพลเรือนจนเป็นเหตุให้หรือน่าจะเป็นเหตุให้ผู้อื่นนั้นรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตายหรือ
(2) ทำลาย หรือทำให้เสียหายอย่างร้ายแรงต่อสิ่งอำนวยความสะดวกของท่าอากาศยานที่ให้บริการการบินพลเรือน หรือต่ออากาศยานที่ไม่อยู่ในระหว่างบริการและอยู่ในท่าอากาศยานนั้น หรือทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง

ทั้งนี้ โดยใช้กลอุปกรณ์ วัตถุ หรืออาวุธใด ๆ และการกระทำนั้นเป็นอันตรายหรือน่าจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของท่าอากาศยานนั้น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี


มาตรา 11(2) ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา 5 มาตรา 6 หรือมาตรา 6 ทวิ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ

อย่างรไรก็ตามในการแจ้งความดำเนินคดีของตำรวจครั้งนี้พบว่า ไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีต่อ"ผู้สนับสนุน"ให้กระทำความผิดตามที่สังคมสงสัยว่ามี"เส้นใหญ่"ให้การหนุนหลังแต่อย่างใด

ลำดับเหตุการณ์221วันดองคดีโจรก่อการร้ายยึดสนามบิน ก่อนได้ฤกษ์ดำเนินคดี
-ค่ำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551พันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ
-13 มกราคม 2552 พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.เผยคดีคืบหน้า 70 %จะออกหมายจับพันธมิตรภายใน1เดือน
-13 กุมภาพันธ์ 2552 ครบ1เดือนที่จงรักพูด ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
-18 กุมภาพันธ์ 2552 รัฐบาลย้ายตำรวจคุมคดียึดสนามบินเข้ากรุ พล.ต.อ.จงรักพ้นหน้าที่ในการคุมคดี สุเทพ เทือกฯเข้าคุมเอง
-20 กุมภาพันธ์ 2552 พล.ต.ท.ฉลอง สนใจผบช.ภาค1เผยคดีคืบหน้า80%
-21 เมษายน 2552 พล.ต.ท.ฉลองเผยคืบหน้า95%แล้ว เหตุที่ช้าเพราะเป็นคดีก่อการร้ายโทษถึงประหารชีวิต ส่วนคดีเสื้อแดงจับรวดเร็วเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดผลร้ายขึ้น
-23 เมษายน 2552 อภิสิทธิ์กล่าวต่อที่ประชุมสภาว่า รัฐบาลไม่ได้มี2มาตรฐานระหว่างสีแดงจับเร็ว สีเหลืองจับช้าอย่างที่วิจารณ์กัน ขณะที่จตุพร พรมพันธุ์โต้ตอนนี้มี3มาตรฐานแล้ว คือเสื้อแดงจับไว เสื้อเหลืองออกหมายเรียกก่อนแต่ช้า ส่วนเสื้อสีน้ำเงินของเนวินไม่ทำอะไรเลย แถมรัฐบาลอ้างว่าเป็นอาสาสมัครช่วยรัฐบาลอีก...
27 เมษายน 2552พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับมอบหมายให้คุมคดีพันธมิตรยึดสนามบิน และคดีพันธมิตรบุกสภาเมื่อ7ตุลาคม2551 เผยว่า คาดว่าไม่เกินเดือนพฤษภาคมจะสรุปสำนวนได้
9 พฤษภาคม 2552พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ปฏิเสธว่าไม่ได้2มาตรฐานกรณีสลายม็อบเสื้อแดงกับเพิกเฉยกรณีเสื้อเหลืองยึดสนามบิน โดยอ้างว่าตอนยึดสนามบิน รัฐบาลมีคำสั่งให้ตำรวจเป็นหลัก ทหารบกเป็นผู้ช่วยอยู่อันดับ3 แต่กรณีเสื้อแดงตอนสงกรานต์นั้น ทหารอยู่เฉยไม่ได้ คนตีกันสองฝ่าย ที่ตีกันระหว่าง “เหลือง-แดง” ผมอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ เราไม่ได้สลายการชุมนุม แต่ทำให้สถานการณ์สงบเรียบร้อย
-25 พฤษภาคม 2552 6เดือนผ่านไป พล.ต.ท.วุฒิเผยว่า เบื้องต้นได้มีการเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาตั้งแต่บุกรุกจนถึงข้อหาก่อการร้ายสากล ซึ่งคาดว่าประมาณปลายเดือน พ.ค.จะมีความคืบหน้าในการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้อง
-27 พฤษภาคม 2552 พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้ดูรายงานการประชุมที่ พล.ต.ท.วุฒิมาประชุม ไม่พบว่ามีการตั้งข้อหาก่อการร้ายแต่อย่างใด
3 มิถุนายน 2552พล.ต.ท.วุฒิ อ้างว่าตำรวจทำคดีเต็มที่แล้ว แต่เหตุที่ล่าช้าเนื่องจาก กรมขนส่งทางอากาศ กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้สรุปความเสียหายว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ มายังพนักงานสอบสวน เพื่อใช้ประกอบสำนวนการสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
12 มิถุนายน 2552 ผบ.ตร.ส่งรายงานคดีสำคัญ17คดีให้สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯทราบ ซึ่งใน 17 คดีสำคัญนี้ไม่มีคดียึดสนามบินรวมอยู่ด้วยแต่อย่างใด

1 กรกฎาคม 2552 พล.ต.ท.วุฒิเผยว่า ได้รับหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษและพยานหลักฐานเพิ่มจากกรมขนส่งทางอากาศแล้ว จึงคาดว่าจะดำเนินคดีโดยออกหมายเรียกพันธมิตรได้ภ่ยในกลางเดือนกรกฎาคมนี้

4 กรกฎาคม 2552เป็นเวลา221วัน หรือ7เดือนกับ9วัน ตำรวจเพิ่งออกหมายเรียกดำเนินคดียึดสนามบิน ซึ่งมีโทษหนักถึงประหารชีวิต



3 กรกฎาคม 2552

รอยเตอร์ตีข่าวกระฉ่อนโลกสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศถูกกล่าวหาว่าหมิ่น


กรรมการสมาคมสโมสรนักข่าวต่างชาติในไทย-กรรมการ13รายของFCCTที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีเป็นนักข่าวจากหลายสำนักที่มีชื่อเสียงระดับโลกเช่น บีบีซี บลูมเบิร์ก วอลล์สตรีทเจอร์นัล บิสสิเนสไทม์ส เป็นต้น

โดย สำนักข่าวรอยเตอร์
แปลเรียบเรียงโดย chapter 11 เวบLiberal Thai
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:กระฉ่อนโลกคนใกล้ชิดองคมนตรีแจ้งความคดีหมิ่นสมาคมนักข่าวต่างชาติ

กรุงเทพ – “กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ถูกนำมาฟ้องต่อสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) โดยกล่าวหาว่าคณะกรรมการได้ดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ในการจัดจำหน่ายดีวีดี สุนทรพจน์อันเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ของอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กฎหมายหมิ่นฯ เป็นกฎหมายที่รุนแรงในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ให้การบูชากษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดช พระชนมายุ ๘๑ พรรษา ว่าเป็นดั่งสมมุติเทพ กฎหมายหมิ่นฯมีโทษจำคุกฐานล่วงละเมิดนานถึง ๑๕ ปี

ตำรวจได้กล่าวว่า ลักษณา กรณ์ศิลป นักแปลอิสระ ได้เข้าแจ้งความกับทางตำรวจเมื่อคืนวันอังคาร โดยกล่าวหาว่า การจำหน่ายดีวีดีเมื่อปีที่แล้วของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย มีจุดประสงค์เพื่อทำลายสถาบันกษัตริย์

นายมาร์วาน มะแคน-มาร์คาร์ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย ซึ่งได้ดำเนินกิจการในประเทศไทยมามากกว่า ๕๐ ปี ออกแถลงการณ์ว่า “เราเข้าใจดีว่า ตำรวจจะต้องปฎิบัติตามหน้าที่ตามที่มีผู้ร้องเรียน สมาคมฯจะให้ความร่วมมือกับเรื่องที่ถูกร้องเรียนนั้น”

คณะกรรมการของสมาคมฯ ทั้ง ๑๓ คน รวมถึงนักข่าวจากบีบีซี บลูมเบิร์ก และวอลล์ สตรีท เจอร์นัล

ดีวีดี เป็นการรวบรวมสุนทรพจน์ต่างๆที่ได้มาพูดที่สมาคมฯ ของบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในทางการเมือง รวมถึงสุนทรพจน์ของอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จักรภพ เพ็ญแข ผู้ซึ่งสนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่มีขี้นเมื่อเดือน สิงหาคม ๒๕๕๐

สุนทรพจน์ที่สร้างปัญหา

ในวันที่ ๑๗ กรกฎาคมนี้ ตำรวจจะตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีต่อจักรภพ เพ็ญแข บุคคลที่เป็นประเด็นในการร้องเรียน หลังจากที่คู่ต่อสู้ทางการเมืองได้นำสุนทรพจน์มาใช้เป็นชนวนทางการเมือง

นายโจนาธาน เฮด รองนายกสมาคมฯ และผู้สื่อข่าวของบีบีซึ ประเทศอังกฤษ ถูกแจ้งความคดีหมิ่นฯ ๓ ข้อหา

เรื่องแรกเกี่ยวกับข่าวที่เสนอทางเว็บไซต์ของบีบีซี ซึ่งเขียนมาจากคนนอก แต่ไม่ได้ลงรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของกษัตริย์ ไว้ที่ด้านบนสุดของหน้าข่าว ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฎิบัติในประเทศไทย

และการถูกกล่าวหาล่าสุด ท่ามกลางความสับสนของการนำกฎหมายหมิ่นฯมาใช้ ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวว่า ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อจำกัดเสรีภาพในการพูด และผู้ซึ่งไม่เห็นด้วย

เนื่องจากทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ในประเทศไทยเป็นเรื่องที่เปราะบาง คดีหมิ่นฯจะใช้เวลาสืบสวนเรื่องราวเป็นเวลานาน ซึ่งตำรวจมีหน้าที่กระทำการพิสูจน์หาความจริงจากการแจ้งความนั้นๆ

เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจลุมพินีได้กล่าวกับรอยเตอร์ว่า การแจ้งความของ ลักษณา ผู้วิพากษ์วิจารณ์ทักษิณ ชินวัตรอย่างเผ็ดร้อน ได้ถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการตำรวจระดับสูง เนื่องจากเป็นคดี “ที่พิเศษ”

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วองค์การนิรโทษกรรมสากล ได้เรียกร้องให้ประเทศไทยพิจารณาคดีหมิ่นฯของ ดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล ผู้สนันสนุนทักษิณอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ เนื่องจากได้มีการพิจารณาคดีอย่างปิดลับ โดยอ้างเรื่องความมั่นคงของประเทศไทย