10 ธันวาคม 2554

การเมืองเรื่อง'นม'กับซากขยะปฏิกูลในหัวสื่อลิ้ม

ภาพปกของASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ฉบับล่าสุดพาดปกว่า"โชว์นม(เหี่ยว)ล้มเจ้า"

โดย ทีมข่่าวไทยอีนิวส์
10 ธันวาคม 2554

เว็บไซต์ASTVผู้จัดการนำมาเผยแพร่โดยโปรยข่าวว่า
“คำ ผกา” เปลือยนม “ล้มเจ้า”!? กับวิถีแห่ง “ดอกทอง” นอกจากนี้ คดี "อากง " ยังถูกขบวนการล้มเจ้า ที่บังหน้าด้วยการเคลื่อนไหวให้มีการยกเลิก หรือแก้ไข มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นำไปกระพือ ขยายผลเกินความเป็นจริง

ทั้งนี้ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ฺขมวดปมว่่า "อากง" จะคิดอย่างไรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จะเป็นแดงฮาร์ดคอร์แถวสำโรงหรือไม่ จะเป็นผู้ส่ง SMS ด้วยตัวเอง หรือมีผู้อื่นส่งให้ก็ตามแต่ วันนี้ เขาคือ “เหยื่อ” ของขบวนการล้มเจ้า ที่น่าสงสาร ชะตากรรมของเขาถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความแตกแยก

และที่น่าอดสูที่สุดคือ คดี "อากง" ยังเป็นโอกาสให้ “คำผกา” หรือที่หลายคนเรียกเธอว่า “นักเขียนดอกทอง” (ที่สุดในประเทศไทย) สบช่อง-ฉวยโอกาสอ้างเป็นเหตุแก้ผ้า “โชว์นม” ในโลกไซเบอร์ สมใจอยาก (แม้หลายคนจะไม่อยาก “ชมนม” ของเธอก็ตาม)

จากนั้นก็จิกตีคำ ผกาว่า โดยในสายตาของหลายคนที่ “รู้ทันคำ ผกา” ต่างก็มองว่าการลงทุนเปลื้องผ้าครั้งนี้ไม่ใช่ทำเพื่อ “อากง” ไม่ใช่เพื่อสิทธิมนุษยชน หรือมนุษยธรรมอะไรนักหนา แต่สิ่งที่เธอทำคือ “การตลาด” เพื่อสร้างภาพ สร้างราคา และสร้าง “ความแรง” ให้กับตัวเอง เพราะมันเป็นสิ่งที่เธอถนัดและประพฤติปฏิบัติเสมอมา โดยครั้งนี้เธอเรียกการโป๊เปลือยของตัวเองซะโก้เก๋ว่า “Art project” เพราะมันคือโปรเจ็กต์ที่หวังผล(ประโยชน์)ที่จะตามมาสู่ตัวเธอในฐานะนักเขียน คอลัมนิสต์ ไม่ว่าจะเป็นในรูปของยอดขายหนังสือ หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นช่องทางหากินของเธอ

นั่นล่ะคือ “คำ ผกา” ที่ภาษาเหนือแปลว่า “ดอกทอง” หญิงสาวที่เติบโตมาจากบ้านสันคะยอม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

จากนั้นก็วกกลับมาถึงผู้ที่ชื่นชมการกระำทำหนนี้ของเธอว่า กรณีฝ่ามืออากง และการ “เปลือยนม” ของคำ ผกา หลายคนอาจดูเป็นการประท้วงที่ “เท่” เก๋ไก๋กลายเป็นแฟชั่นของพวกที่มีหัวคิดก้าวหน้า ก็ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาที่อยากเป็นคนมีหัวคิด “ก้าวหน้า” ตบเท้าเข้ากราบคารวะ “นม” คำ ผกา กันไปเถิด โดยเฉพาะคนที่อยากให้เรื่องนี้ลุกลามบานปลายกลายเป็นขบวนการรณรงค์ทางการเมือง ก็สมควรที่จะเข้าไป “กราบสองเต้า” ของ คำ ผกา งามๆโดยพลัน

ผู้จัดการรายวันดูแล้วไม่ได้เกิดกำหนัดเพราะหย่อนคล้อยเป็นนมหมดอายุ

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ยังอาจจะพอทน แต่ผู้จัดการรายวันสิ ดิบด้านหื่นโหดเพียงใด ลองอ่านดูในหัวข้อข่าว คำ ผกา กับ นมหมดอายุ !!

หากพูดกันแบบรวดรัดตัดความและขอแยกมาพิจารณากันเฉพาะสรีระ “บางส่วน” ที่ “ต้องการโชว์”ออกไป นั่นคือ“ปทุมถัน” หรือหากล่าวกันแบบอารมณ์ดิบๆ ก็คือ “นม” ของเธอว่าสามารถสร้างแรงดึงดูดทางเพศได้เพียงใด

แม้ว่าเจตนาที่แสดงออก(ให้เห็นว่า) มีเป้าหมายในทางการเมือง เชิงประท้วงเรียกร้อง แต่ในเมื่อโชว์ให้เห็น “อล่างฉ่าง”แบบนั้นมันก็ต้องมีเป้าหมายในทางกระตุ้น “กำหนัด” หรือกระตุ้นอารมณ์ทางเพศเจือปนออกมาบ้างแน่นอน เพียงแต่ว่า จะกล้ารับตรงๆ กันหรือไม่เท่านั้น

แวบแรกที่เห็น “เต้า” คู่นั้น บอกตามตรงว่าเกิดแรงดึงดูดจริงๆ แต่ออกมาในลักษณะค้นหาอย่างหนึ่งก็คือ อยากเห็นหน้าตาของเธอว่าเป็นอย่างไร ทำไมถึงกล้า “บ้าบิ่น” และ “สำคัญผิด” ได้ถึงขนาดนี้ ขณะเดียวกันไม่ได้สนใจข้อความที่เขียนอยู่บนฝ่ามือ หรือที่เขียนเปรอะเปื้อนอยู่ตาม “แผงอก”แต่อย่างใดไม่ มองผ่านไป แต่มาสะดุดอยู่ตรง “เต้านม” จนเกิดความรู้สึกและอารมณ์แปลกๆ พิกล

แต่เอาเป็นว่า ถ้าให้สรุปเท่าที่เห็นภาพปรากฏตรงหน้า ที่ปิดหน้าแต่เผยให้เห็นริมฝีปากหนาๆ ยื่นๆ ประกบกันไม่สนิท พร้อมกับใฝเม็ดเขื่องใต้ริมฝีปากล่าง ก็ต้องบอกว่า มันช่างไร้เสน่ห์ ไม่ชวนมองเอาเสียเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ปลายยอด” ของปทุมถันที่ชี้งอนแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง ขณะเดียวกันระดับโค้งเว้าก็ไม่สมส่วน ออกไปในทางบิดเบี้ยว มิหนำซ้ำยัง “ดำคล้ำ” แบบ “ดำปื้นใหญ่” จนแทบต้องเบือนหน้าหนี

หากย้อนกลับไปเปรียบเทียบกับภาพที่เคยถ่ายนู้ดในนิตยสาร GM เมื่อราวสองสามปีก่อน ซึ่งก็ถือว่า “ไร้รสนิยม” มาครั้งหนึ่งแล้ว เพราะแม้ว่าจะใช้แสงเงา และการเพนท์สีอำพรางช่วยเต็มที่แล้วก็ตาม แต่ด้วยสรีระหน้าตา ท่วงท่าที่ไปกันไม่ได้และรับกันไม่ลง แทนที่จะให้กลายเป็นการดึงดูดทางเพศและมองในเชิงศิลปะ

คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อยังกล้าที่จะ “โชว์นม” เพื่อหวังว่าจะสร้างความสนใจ แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดตั้งแต่บนลงล่าง และล่างขึ้นบน แค่รอบสองรอบ ได้เห็นเต้าทั้งเต้าที่แล้วก็ต้องบอกตรงๆ ว่าไร้อารมณ์สิ้นดี เพราะไม่ได้สัดส่วน “หย่อนคล้อย” ไม่ต่างจาก “นมหมดอายุ” นั่นแหละ !!

ว่าไปแล้วทัศนะในข้อเขียนนี้ของASTVผู้จัดการก็คือซากเดนทัศนะขยะปฏิกูล ที่สะท้อนจุดยืนทางการเมืองของค่ายสื่อลิ้มนัั่นเอง คือล้าหลัีงคลั่งเจ้าเสียยิ่งกว่าเจ้า(Ultra Royalist)ดูถูกเหยียดหยามชาติพันธุ์ เพศสภาพ เป็นนักล่าแม่มดแขวนป้ายให้ใครต่อใครเป็นพวกล้มเจ้า แม้แต่โชว์นมก็เป็นหนทางล้มเจ้า!

แต่ที่น่าชังที่สุดก็คือคำบนพาดหัวบนปก "โชว์นม(เหี่ยว)ล้มเจ้า ซึ่งไม่ปรากฎในข้อเขียนนี้เลยว่า นมตึง นมเหี่ยว มันเกี่ยวอย่างไร ก็เป็นการสะท้อนรสนิยมที่ไร้รสนิยมอย่างน่าชังของสื่อลิ้มออกมาประจานตนเอง

หรือบางทีนี่ก็อาจเป็นวิถีที่ไม่ต่างไปจากสื่อหนังสือพิมพ์แท็ปลอยด์เกรดซีที่หวังแค่เอานมมาขายบนปก ในยามที่ค่ายลิ้มตกระำกำลำบาก เพื่อกระตุ้นยอดขายแบบดาดๆพื้นๆ โดยฉวยโอกาสแทรกเติมทัศนะซากเดนปฏิกูลล้าหลังของตนเข้าไปให้พอกล้อมแกล้ม

คำ ผกา: เปลือยกาย เปิดใจ ไม่เกลียดชัง

ประชาไท รายงานข่าว ‘คำ ผกา’ เปลือย(หน้า)อก และ(หน้า)ใจ ส่งข้อความเรียกร้องปล่อยตัวอากง ชี้สังคมไทยต้องก้าวข้ามความกลัว ถอดทิ้งอคติ และสำรวจจิตใจตัวเองในฐานะเพื่อนมนุษย์

คำ ผกาเล่าถึง “Art project” ชิ้นนี้ ซึ่งเป็นภาพเปลือยของเธอพร้อมข้อความ “No Hatre for Naked Heart” เขียนด้วยน้ำหมึกดำอยู่บนอกสองข้างของเธอว่า อยากจะสื่อออกไปยังสังคมไทย ให้ถอดอคติส่วนตนออกไปจากจิตใจ และลองเปลือยใจเพื่อสำรวจถึงความมีมนุษยธรรมในฐานะเพื่อนมนุษย์ และตั้งคำถามดูว่าทำไมกรณีของอากงจึงเกิดขึ้นได้ มันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ไหม และมันมากเกินไปหรือเปล่า

“แทนที่จะหลบอยู่หลังตู้เย็น หลบอยู่หลังหน้าจอคอมพ์ อย่างน้อยเราก็ได้ทำอะไรซักอย่าง ที่จะก้าวข้ามความกลัวนั้นไป และส่งข้อความออกไปยังสังคม...ให้สังคมไทยนั้นก้าวพ้นความกลัวไปด้วยกัน” เธอกล่าว

‘คำ ผกา’ กล่าวว่า งานชิ้นนี้ เปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่ใช้ร่างกายประท้วงต่อความไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งการกล้าเปิดกาย-ใจ และการกล้าเปิดเผยตัวตนนี่เอง ที่เป็นการเผชิญหน้าและเอาชนะความกลัวได้อย่างแท้จริง

จากนั้นก็มีผู้ที่เปลือยเรียกร้องให้ปล่อยตัวอากงอีกหลายรายทั้งชายหญิง ทั้งนมตึงนมเหี่ยว(หากคุณจะสนใจแค่"นม"แบบASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์)

จากเฟซบุ๊คของ พี่เบนนัส ชำนาญ ระบุว่าเป็นเพื่อนสาวของเ้ขา และเขียนข้อความว่า"อนุญาตให้แชร์เพื่อเรียกร้องสิทธิช่วยอากงนะครับ ส่วนใครที่แชร์ไปเพื่อไร้สาระ อย่าทำเลยครับ เคารพที่เจตนาคนที่เขาตั้งใจช่วยคนบริสุทธิเถอะ"
No More "อากง"-จากเฟซบุ๊คของ Jesiga NoMo

เอาด้วย-ภาพจากเฟซบุ๊คโหดสัส
ะบาดทั่วโลก-คนไทยในอเมริกาเข้าร่วมกิจกรรมเปลือยเรียกร้องอากง(ดูภาพชุดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Red LA USA )

ก็แปลกที่คนเสื้อแดงที่สื่อลิ้มชอบเหยียดว่าโง่เง่าไร้การศึกษาไร้รสนิยม ไม่ยักจะมีใครออกมาติดอกติดใจว่าใครนมใหญ่นมเล็กนมตึงนมเหี่ยว เขาไปให้ความสนใจในสาระและ"สาร"ที่จะกระตุกสังคมมากกว่า(ดูข่าว:เปลือยอกแรงก็จริงแต่ยังไม่เพียงพอที่จะปลดปล่อยอากง สมศักดิ์ เจียมฯเสนอนิรโทษกรรมคือทางออก)

รูปนี้สำหรับคนที่มองเห็นแค่"นม"

ไทยอีนิวส์นำเสนอภาพนี้ โดยไม่ต้องใช้คำอธิบายใดๆนอกจากพาดหัวว่า รูปนี้สำหรับคนที่มองเห็นแค่"นม"

อันเป็นภาพปริศนาธรรม

ปริศนาธรรมที่ตอบโจทย์พวกที่สักแต่ว่ามีอะไรที่ตั้งอยู่บนคอ แล้วเรียกมันว่า"หัว"แบบสื่อค่ายลิ้ม!

***********

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ครั้งแรกก็ว่าเลวแล้ว ผิดซ้ำ2ต้องเรียกว่าสันดาน
กาละเทศะและความไร้รสนิยม-ปกผู้จัดการASTVสุดสัปดาห์ฉบับอื้อฉาวออกวางจำหน่าย ระหว่างนายกฯยิ่งลักษณ์ปรากฎตัวบนเวทีนานาชาติ โดยการเยือนบรูไนได้รับการต้อนรับจากพระราชาธิบดีบรูไนอย่างสมเกียรติ

การล้อเลียนเสียดสีผู้บริหารหรือผู้นำประเทศ แม้แต่ประมุขของประเทศเป็นกิจกรรมปกติของสื่อมวลชนในต่างประเทศ เพื่อความบันเทิง หรือล้อเลียนให้เป็นที่ขำขันของผู้อ่าน ทว่ามักแฝงอยู่ภายใต้ความมีรสนิยมอันดี

แต่เจตนาของASTVผู้จัดการที่นำภาพนี้มาตัดตอน และตัดต่อซ้ำๆขนาดนี้ จะเพื่อความบันเทิง หรือมีเจตนาเพื่อดิสเครดิตผู้บริหารประเทศระหว่างที่กำลังมีบทบาทในเวทีนานาชาติกันแน่

เป็นการตัดตอนเพื่อเน้นความบันเทิงของคนดู หรือตัดตอนนำเสนออย่างไร้รสนิยม ไม่รู้กาละเทศะของสื่อค่ายนี้

วิญญูชนย่อมรับรู้ได้ แม้สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติจะไม่เคยดูดายกับความเลวร้ายของสื่อค่ายนี้เลยก็ตาม