27 กุมภาพันธ์ 2554

"จอม เพชรประดับ" รับสื่อเป็นเครื่องมือชนชั้นนำ ไม่มีใครลุกสู้ ไม่อยากเจ็บตัว


ความจริงที่ปรากฎในสื่อจึงเป็นการพยายามครอบงำให้อยู่ร่วมกับชนชั้นนำโดยไม่กระทบมากกว่า ซึ่งปัจจุบันก็มีสื่อทางเลือกที่มีสิทธิมีเสียง สามารถให้ประชาชนวิจารณ์ได้มากขึ้น ก็น่าเป็นช่องทางที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้ในอนาคตและเป็นส่วนหนึ่งของการพิสูจน์ว่า เป็นแบบนี้ไปพักใหญ่จนกว่าจะกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ มันจึงไม่สามารถคาดหวังอะไรได้มากในสื่อกระแสหลัก


ที่มา มติชนออนไลน์

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 น. ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีการจัดเสวนา "เบื้องหลัง 6 ตุลา เบื้องหน้าประชาธิปไตยไทย" โดยมีวิทยากรเข้าร่วมงานได้แก่ คำ ผกา, วัฒน์ วรรลยางกูร, สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ, จอม เพชรประดับ และ
วิภา ดาวมณี

นายจอม กล่าวว่า เบื้องหน้าประชาธิปไตยที่ได้สัมผัสจากการทำงานทางสื่อ ถ้าเราศึกษาถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ. 2475 นั้นเป็นจุดสำคัญที่ชนชั้นนำมีความคิดที่นำไปสู่การวางแผนว่าการดำรงอยู่ในอำนาจนั้นทำอย่างไร แม้ว่าจะเป็นความพ่ายแพ้ ซึ่งยุทธศาสตร์ที่จะดำรงอยู่ในอำนาจนั้นก็ดำรงเรื่อยมา

หนึ่งในยุทธศาสตร์ คือเรื่องเศรษฐกิจ ในช่วงพ.ศ. 2475 หรือ 14 ตุลานั้นอาจเห็นไม่ชัด แต่ปรากฎชัดในยุคพลเอกชาติชาย ยุคนั้นสิ่งที่ทำให้สังคมไทยตื่นตัวมีความคิดมากขึ้นเมื่อปากท้องอิ่ม ไม่ต้องยากจน แต่สุดท้ายก็ถูกปฎิวัติแม้ว่าจะมีเรื่องคอร์รัปชั่น เมื่อเศรษฐกิจของประเทศดีนั้นนำไปสู่เรื่องสื่อ ในวงการสื่อมีความคึกคักมาก มีการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ขยายตัวกว้างขวาง มีทุน และเริ่มเข้มแข็ง ประชาชนก็เริ่มมีสิทธิเสรีภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชนชั้นนำกลัว แม้ว่าสื่อจะเป็นเครื่องมือของชนชั้นนำตั้งแต่เริ่ม แต่เมื่อพัฒนามาสู่เรื่องเศรษฐกิจก็เริ่มมีความเข้าใจ เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

ช่วงพฤษภา 2535 นั้นมีกระแสสังคมเรียกร้องขึ้น การที่คนไปชุมนุมนั้นก็เป็นเพราะการปิดกั้นสื่อ สุดท้ายก็มีการเรียกร้องสื่อเสรี แต่ในช่วงยุคไอทีวี อยู่ได้ไม่กี่ปีก็พัง สื่อตัวนี้ก็ถูกแทนที่ด้วยทุนของคุณทักษิณ แน่นอนว่าชนชั้นนำรู้ว่ามันมีอิทธิพลในอนาคต แต่ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร พอไอทีวีหลุดจากทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ คุณทักษิณก็เข้ามาซื้อ และก็ถูกจับตา เมื่อถึงจุดหนึ่ง แนวคิดหรือวิธีการของคุณทักษิณกำลังไปง้างกับชนชั้นนำ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ลดบทบาท สิ่งที่เกิดคือ สื่อเสรีถูกจับตามองมากขึ้น

ทุกประเด็นก็ขมวดเข้ามาสู่การปฎิวัติปีพ.ศ. 2549 โมเดลแรกที่ต้องการให้เป็นนั้นคือการเป็นแบบช่อง 11 แต่คนไม่ยอมเบื้องหลังก็คือไม่ต้องการให้ไอทีวีเป็นของเอกชน อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้ประชาชนมีอิสระ มีสื่อที่แสดงความคิดเห็นมากขึ้น แต่การต่อสู้เพื่อการแสดงความคิดเห็นของประชาชนก็ยังมีขวากหนาม สุดท้ายแล้วชนชั้นนำก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงความพยายาม ปรากฎการณ์แบบนี้น่ามาจากข้ออ้างอะไรบางอย่างที่ชนชั้นนำต้องการคุมอะไรไว้ได้

ที่สุดแล้วชนชั้นนำไทยก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่ามีความกดดันภายนอกที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นก็ตาม

เมื่อมองไปสู่สื่อปัจจุบัน ในเมื่อจุดกำเนิดของสื่อเติบโตมาจากฐานความคิดชนชั้นนำ เจ้าของทุน ผู้ปฎิบัติงานสื่อจึงไม่สามารถลุกขึ้นมาหักล้างหรือคัดค้าน การที่จะมีคนลุกขึ้นมาสุดท้ายก็แพ้ ทุกคนก็ไม่อยากเจ็บตัว ไม่อยากอยู่ในสถานะสิ้นไร้ไม้ตอก โอกาสที่สะท้อนความเป็นจริงก็เป็นแค่ข่าวเชิงสร้างภาพลักษณ์ แต่เชิงความจริงใจในเรื่องการให้ประชาชนสะท้อนความเดือดร้อนได้นั้นทำไม่ได้ในสื่อเชิงหลัก ไม่สามารถโต้เถียงกับกลุ่มทุน ฝ่ายทางการเมือง

ความจริงที่ปรากฎในสื่อจึงเป็นการพยายามครอบงำให้อยู่ร่วมกับชนชั้นนำโดยไม่กระทบมากกว่า ซึ่งปัจจุบันก็มีสื่อทางเลือกที่มีสิทธิมีเสียง สามารถให้ประชาชนวิจารณ์ได้มากขึ้น ก็น่าเป็นช่องทางที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้ในอนาคตและเป็นส่วนหนึ่งของการพิสูจน์ว่า
เป็นแบบนี้ไปพักใหญ่จนกว่าจะกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ มันจึงไม่สามารถคาดหวังอะไรได้มากในสื่อกระแสหลัก

ส่วนสื่อพวกกระแสรองก็เป็นทางเลือก ทั้งนี้ ก็มีบางมุมมองว่าสื่อกระแสหลักกลายเป็นสื่อกระแสรอง สื่อกระแสรองกลายเป็นสื่อกระแสหลักแล้วก็มี ซึ่งสื่อในไทยยังอยู่ในความกลัว ไม่กล้าที่จะพังกำแพงความกลัวออกไป

25 กุมภาพันธ์ 2554

จัดกอล์ฟฟอร์ฟรีด้อมพรุ่งนี้ระดมทุนประกันตัวแกนตาม ยังติดคุกอีก151คนรอสู่อิสรภาพไล่หลังแกนนำ



Golf4freedom -จตุพร พรหมพันธุ์ กับถ้วยรางวัลงานกอล์ฟฟอร์ฟรีด้อม ที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้( 26 กุมภาพันธ์นี้) ที่สนาม Dynasty บางเลน นครปฐม พร้อมถ้วยรางวัลจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร,พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย,ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แต่สำหรับสำหรับนักกอล์ฟมือใหม่ มือเก่า หรือมือกลางเก่ากลางใหม่ ไม่ต้องกังวล เพราะงานนี้ไม่เน้นผลสกอร์ แม้จะมีถ้วยรางวัลให้ 4 ถ้วย ก็ให้พวกมือชั้นเทพ้เขาไป ส่วนพวกเราขอแค่มาออกรอบกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ก็มีความสุขใจอย่างที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ ส่วนท่านที่เล่นกอล์ฟไม่เป็นเชิญร่วมสังสรรค์ตอนเย็นระดมทุนปลดปล่อยพี่น้องของเราออกจากคุก


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 กุมภาพันธ์ 2554

ศาลให้ประกันตัว "สมชาย ไพบูลย์" ไล่หลัง 7 แกนนำ

เมื่อวานนี้ ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 14.30 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวนายสมชาย ไพบูลย์ อดีต สข. พรรคไทยรักไทยแนวร่วมนปช.จำเลยคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ ภายหลังไต่สวนคำร้องที่ยื่นพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท

โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าพฤติกรรมความผิดของคดีนี้ เกี่ยวข้องกับคดีหมายเลขดำที่ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. กับพวก ซึ่งเป็นแกนนำ และแนวร่วม นปช. รวม 19 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย ซึ่งในคดีดังกล่าว ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวแกนนำหลายคน เนื่องจากการไต่สวนมีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในคดีนี้เช่นกัน โดยตีหลักทรัพย์ 100,000 บาท พร้อมทั้งวางข้อกำหนดห้ามไม่ให้จำเลยกระทำการอันเป็นการยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือ กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน อันที่จะทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาญาจักรหรือให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และห้ามจำเลยดังกล่าวเดินทางออกนอกราชอาญาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

ภายหลังศาลมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว จะได้ออกหมายปล่อยแจ้งให้เรือนจำทราบเพื่อดำเนินการต่อไปตามขั้นตอน

อธิบดีกรมราชทัณฑ์เผย "เสื้อแดง" ถูกคุมขังอีก 151 คน

นายชายชาติ สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีจำนวนผู้ต้องขังคดีเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองว่า เรือนจำได้ควบคุมตัวผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวทั้งหมด 260 คน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมและช่วงก่อนหน้ากรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ บางรายได้รับการปล่อยตัวตามกำหนดเวลา ดังนั้น จำนวนของกรมราชทัณฑ์กับกรมคุ้มครองสิทธิฯ จะแตกต่างกัน

สำหรับจำนวนผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวในแต่ละเรือนจำมีจำนวน 109 คน ซึ่งมีทั้งคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน และการขอประกันตัว ดังนั้น จะเหลือยอดผู้ต้องขัง 151 ราย อยู่ในการควบคุมของเรือนจำ

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า เรือนจำไม่ทราบว่าเป็นแนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งหมดหรือไม่ แต่ใช้ฐานข้อมูลการจับกุมช่วงวัน เวลา เกิดเหตุ เพราะข้อหาแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางรายโดยคดีลักทรัพย์ คดีวางเพลิงเผาทรัพย์ คดีฝ่าฝืน พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

รณรงค์ระดมทุนประกันตัวแนวร่วมนปช.ที่เหลือ

แม้ว่าแกนนำนปช. 7 ราย และนายสมชายได้ถูกปล่อยตัวออกมาแล้วจากการให้ประกันตัว แต่นักโทษเสื้อแดงในคุกอีกหลายร้อยคนยังรอคอยอิสรภาพอยู่ ดังนั้นความพยายามเคลื่อนไหวจะประกันตัวพี่น้องเหล่านี้ออกจากคุกยังคงดำเนินไป โดยการพึ่งพาตนเองเป็นหลักของคนเสื้อแดง

กิจกรรมจัดแข่งขันกอล์ฟหาทุนในชื่อGolf4Freedomเพื่อหาทุนให้สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ของทนายอานนท์ นำภา เพื่อเป็นทุนสู้คดีประกันตัวนักโทษเสื้อแดงออกจากคุกเป็น 1 ในกิจกรรมดังกล่าว หลังจากทนายอานนท์ประสบความสำเร็จในการยื่นขอประกันตัวนักโทษการเมืองที่ไม่ใช่แกนนำมาแล้วนับสิบรายก่อนหน้านี้

โดยมีค่าธรรมเนียม ค่ากรีนฟี ค่าแค็ดดี้ รวมอาหารเย็น ก๊วน VIP 15,000 บาท/ก๊วน ก๊วนทั่วไป 12,500 บาท/ก๊วน ซึ่งราคานี้นับว่าถูกมากๆหากเทียบกับการจัดกอล์ฟการกุศลทั่วไปที่จะขายก๊วนละขั้นต่ำ25,000-50,000บาท ก๊วนละ 5 ท่าน(กรณีไม่มีก๊วน หรือไม่ครบก๊วน เพียงท่านละ 2,500 บาท ผู้จัดจะจัดหาให้ครบก๊วน ล้วนแต่พี่น้องเรา จะได้รู้จักผูกไมตรีกันไว้

วิธีสำรองการเข้าร่วมงาน หรือสอบถามการร่วมงาน-ติดต่อ "คุณปุ้ย" วัชราภรณ์ หวลธรรม ผู้ประสานงานโครงการ ติดต่อ: โทรศัพท์มือถือ 082-6301700 หรืออีเมล์ hwacharaporn@yahoo.com และ freeprisonproject@gmail.com

วิธีชำระเงิน-โอนได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผ่านชื่อบัญชี วัชราภรณ์ หวลธรรม ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเมืองทองธานีเซ็นเตอร์ 2 เลขที่บัญชี 402-293346-1 จากนั้นแจ้งการโอนมาที่อีเมล์ หรือทางมือถือคุณปุ้ย เพื่อยืนยัน

ทนายอานนท์เผยนักโทษเสื้อแดงมุกดาหารได้ประกันเพิ่มอีก2ราย

เวบไซต์ สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ของทนายอานนท์ นำภา ได้รายงานข่าวว่า

สมัคร ลุณริลา กับท่าดีใจที่ได้อิสรภาพหลังถูกขังมานาน 9 เดือน

เมื่อวานนี้ศาลจังหวัดมุกดาหารได้ให้ประกันตัวผู้ต้องขังเสื้อแดงเพิ่มอีก ๒ ราย คือ นายสมัคร ลุนริลา และนาย ทองดี ชาธิพา จำเลยคดีต้องหาเผาศาลากลางจังหวัดมุกดาการ ซึ่งทั้งสองป่วยด้วยอาการทางจิตอย่างหนัก พยายามฆ่าตัวตาย ที่ผ่านมาสามารถทำเรื่องประกันตัวได้แล้ว 11 ราย โดยให้เหตุผลหลักเรื่องสุขภาพและความเจ็บป่วยทั้งทางกายและทางจิตของผู้ต้องขังที่พยายามฆ่าตัวตายหลายราย

แต่ที่มุกดาหารก็ยังเหลือผู้ต้องขังติดคุกอยู่อีก ๙ คนในเรือนจำมุกดาหาร ถึงวันนี้ จำเลยยังคงยืนยันว่า ไม่ได้ทำผิดดังที่ถูกกล่าวหา

"ขอรณรงค์เรียกร้อง ให้ คุณทักษิณ พรรคเพื่อไทย บ้านเลขที่111 แกนนำ นปช. และคนเสื้อแดงทุกคนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เร่งรีบช่วยเหลือ คนเสื้อแดง ทุกๆคนที่ต้องโทษในเรือนจำ ด้วยการยื่นมือประกันตัว อีกทั้ง ยื่นมือช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและคนเสื้อแดงที่ต้องหลบหนี ในที่ต่างๆ ในทุกกรณีครับ"ทนายอานนท์ระบุในเวบไซต์สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์

นางธิดา โตจิราการ รักษาการประธานนปช แถลงว่า ต้องอย่าลืมว่านอกจากแกนนำที่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ยังมีคนที่ถูกจับกุมตัวอีก 100 กว่าคน ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม คนเสื้อแดงเท่าเทียมกันทุกคน ฉะนั้นจึงจะรณรงค์ให้ปล่อยตัวคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังทุกคน โดยในวันที่ 12 มี.ค.จะเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อให้รัฐบาลปล่อยตัวคนเสื้อแดงทั้งหมด

นายจตุพร แถลงต่อว่า การชุมนุมในวันที่ 12 มี.ค.นี้ จะงดการดาวกระจายไปในสถานที่ต่างๆ และจะรวม กันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ในต่างจังหวัดคือ อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี มหาสารคาม และเรือนจำคลองเปรมนั้น ต่อไปจะมีการกำหนดเพื่อจะมีการเคลื่อนไหวไปที่ศาลของทุกจังหวัดเพื่อขอเศษ เสี้ยวความยุติธรรมให้คนที่ถูกคุมขัง และนอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าช่วงที่มีคนจะเผาศาลากลางนั้นมีอส.ไปห้าม แต่ถูกทหารใช้ปืนจ่อหัวอส.ไม่ให้ขัดขวางคนที่จะมาเผา ซึ่งสอดคล้องกับการเผาเซ็นทรัล เวิลด์ และเรื่องนี้จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วย

มาร์คแหลกลางสภารัฐบาลพยายามช่วยแต่แกนนำนปช.ละเลย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมสภาฯวันนี้ว่า รัฐบาลไม้ได้ละเลยคนเสื้อแดงที่ติดคุก แต่คนละเลยคือแกนนำเสื้อแดงเองเพราะไปช่วยแต่แกนนำ ทำให้รัฐบาลต้องตามไปดูแลแนวร่วมนปช.ที่ติดคุกอยู่ โดยมีมติครม.ออกมาและให้เจ้าหน้าที่ตามไปให้ความช่วยเหลือ ได้ประกันตัวออกมาแล้วหลายคนในเวลานี้


ญาติคนเสื้อแดงทวงสัญญาประกัน104นักโทษการเมือง หลังครม.อนุมัติแล้วส่อแววเบี้ยวโดนขังลืม





ภาพล่าง) แม่ของผู้ต้องขังเสื้อแดงจังหวัดอุดรธานี ซ่อนหน้าหลังแผ่นป้ายรณรงค์กำลังซับน้ำตาขณะมาเรียกร้องการประกันให้กับลูกชายที่กระทรวงยุติธรรม

บุกกรมคุ้มครองสิทธิฯ ร้อง 9 เดือนแล้ว ลูก-ผัวเสื้อแดงยังไม่ได้ประกันตัว

ก่อนหน้านี้เวบไซต์ประชาไท รายงานว่า เมื่อวันที่15 ก.พ.54 ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายญาติผู้ต้องขังเสื้อแดงราว 50 คน พร้อมด้วยนางพะเยาว์ อัคฮาด แม่ของน.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม เข้ายื่นหนังสือและร้องเรียนกรณีที่ญาติพี่น้อง-สามี-ลูก ซึ่งเป็นคนเสื้อแดงยังถูกคุมขังอยู่ตามเรือนจำจังหวัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมหาสารคาม อุบลราชธานี อุดรธานี มุกดาหาร มหาสารคาม ขอนแก่น เชียงใหม่ โดยไม่สามารถประกันตัวได้

ทั้งนี้ นายสมชาติ เอี่ยมอนุพงษ์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิได้ลงมารับหนังสือ ซึ่งในหนังสือร้องระบุว่า เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.53 ครม.มีมติยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมทั้งเห็นชอบให้มีการช่วยเหลือประกันตัวให้แก่ผู้ต้องขังคดีชุมนุมทางการเมือง 104 คน ตามที่คณะกรรมการที่มี นายคณิต ณ นคร เป็นประธานเสนอมา แต่ถึงปัจจุบันกว่า 9 เดือนแล้วแต่ญาติพี่น้องของพวกเขาก็อยู่ในเรือนจำ จึงขอเรียกร้องให้กรมคุ้มครองสิทธิฯ ประสานงานตามศาลจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ญาติได้ประกันตัว พร้อมช่วยเหลือหลักทรัพย์ และขอให้เปิดเผยรายชื่อผู้ต้องหาที่ถูกขังในเรือนจำทั่วประเทศในคดีการเมืองด้วย

จากนั้นได้มีการเชิญชาวบ้านทั้งหมดไปร่วมหารือร่วมกับรองอธิบดีและ นางนงกรณ์ รุ่งเพ็ชรวงศ์ ผอ.กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ

นางนงกรณ์ ชี้แจงว่า กรณีที่ชาวบ้านเข้าใจว่ามติครม.ให้ประกัน 104 รายตามที่นายคณิต ณ นคร เสนอนั้น อันที่จริงแล้วมติครม.ระบุให้ดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไปหาหลักเกณฑ์และแนวทางในการประกันตัวมา แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า ทางกรมคุ้มครองสิทธิฯ จะทำหนังสือทวงถามให้

ด้านญาติของผู้ต้องขังระบุว่า ขณะนี้เรือนจำจังหวัดอุดรธานี ยังมีผู้ต้องขังประกันตัวไม่ได้ 27 คน อุบลราชธานี 21 คน มุกดาหาร 12 คน มหาสารคาม 9 คน ขอนแก่น 4 คน เชียงใหม่ 4 คน ซึ่งเกือบทั้งหมดยื่นประกันตัวหลายครั้งแต่ไม่ได้รับอนุญาต ส่วนการลงไปช่วยเหลือของกรมคุ้มครองสิทธิฯ นั้น หลายครั้งไปโดยไม่ประสานงานกับญาติและทนาย ไม่ทราบข้อมูล ทำให้การยื่นประกันได้รับการปฏิเสธ

นางศิรินารถ จันทะคัต ตัวแทนญาติจากจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลแสดงความจริงใจด้วยการช่วยเหลือผู้ต้องขังอย่างที่พูด โดยยกตัวอย่างความยากลำบากของครอบครัวจันปัญญา หลังจากนายสุชล จันปัญญา นักศึกษาเทคนิคชั้น ปวส.1 ถูกคุมขัง ทำให้พ่อที่เป็นอัมพาตและมารดาที่อายุมากอยู่อย่างยากลำบาก เพราะปกตินายสุชลจะเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวและทำงานเป็นลูกจ้างร้านถ่ายเอกสารส่งเสียตัวเองเรียน ในวันเกิดเหตุนายสุชลเข้าไปยืนดู ตำรวจใช้ภาพถ่ายที่เป็นเพียงการยืนมุงเป็นหลักฐาน โดยที่ขวดน้ำมันที่กล่าวอ้างว่าเป็นของนายสุชลก็ไม่มีการพิสูจน์ลายนิ้วมือ

ส่วนนางวาสนา ลิลา จากจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวทั้งน้ำตานองหน้าว่า สามีถูกคุมขังมานานหลายเดือนจะมีอาการเครียด เกรงว่าจะคิดสั้นในเรือนจำ สามีโดนข้อหาร่วมกันวางเพลิง ทั้งที่ในวันเกิดเหตุเขาไปซื้ออะไหล่รถและแวะมาดูลูกคนเล็กที่ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อผ่านจุดเกิดเหตุจึงแวะดู ต่อมาตำรวจนำภาพถ่ายมาให้เซ็นชื่อโดยบอกว่าหากลงชื่อวันรุ่งขึ้นก็สามารถประกันตัวได้ แต่ท้ายที่สุดก็ถูกคุมขังมาจนปัจจุบันไม่สามารถประกันตัวได้ ทำให้ตนลำบากมากเพราะต้องเลี้ยงดูลูกเล็ก 2 คนเพียงลำพัง

Golf4Freedomเพื่ออิสรภาพนักโทษการเมือง ครั้งหนึ่งในชีวิตที่คนเสื้อแดงมีสิทธิ์ยื่นมือช่วยพี่น้องเรา


คุณวัชราภรณ์ หวลธรรม ผู้ประสานงานโครงการ"Golf4Freedom -กอล์ฟเพื่ออิสรภาพเสรีภาพ"เปิดเผยว่า สำนักข่าวไทยอีนิวส์ ร่วมกับ"กลุ่มเพื่อนอานนท์" และ Red cyber ได้ร่วมประชุมกับ ทนายอานนท์ นำภา หัวหน้าสำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ ทีมทนายความช่วยเหลือทำคดีช่วยนักโทษการเมืองเสื้อแดงผู้ยากไร้-นักโทษคดีทางความคิด และได้มีมติให้จัดกอล์ฟการกุศลขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์นี้

เพื่อระดมทุนช่วยสำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ ไปดำเนินการช่วยว่าความและประกันตัว คดีนักโทษเสื้อแดงที่ยากไร้จากการสลายการชุมนุม 19 พฤษภาคม และนักโทษคดีทางความคิด ตามมาตรา 112 ซึ่งเป็นผลพวงจากการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย รวมทั้งเยียวยาญาติที่อยู่ในอุปการะนักโทษการเมืองเหล่านี้ ระหว่างที่ยังต้องโทษโดยไม่รู้ชะตากรรมว่าจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อใด

การแข่งขันกอล์ฟการกุศลนัดนี้ จะจัดขึ้นที่ สนามกอล์ฟDinasty อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม (ดูลิ้งค์แผนที่)

โดยมีค่าธรรมเนียม ค่ากรีนฟี ค่าแค็ดดี้ รวมอาหารเย็น ก๊วน VIP 15,000 บาท/ก๊วน ก๊วนทั่วไป 12,500 บาท/ก๊วน ซึ่งราคานี้นับว่าถูกมากๆหากเทียบกับการจัดกอล์ฟการกุศลทั่วไปที่จะขายก๊วนละขั้นต่ำ25,000-50,000บาท ก๊วนละ 5 ท่าน(กรณีไม่มีก๊วน หรือไม่ครบก๊วน เพียงท่านละ 2,500 บาท ผู้จัดจะจัดหาให้ครบก๊วน ล้วนแต่พี่น้องเรา จะได้รู้จักผูกไมตรีกันไว้

วิธีสำรองการเข้าร่วมงาน หรือสอบถามการร่วมงาน-ติดต่อ "คุณปุ้ย" วัชราภรณ์ หวลธรรม ผู้ประสานงานโครงการ ติดต่อ: โทรศัพท์มือถือ 082-6301700 หรืออีเมล์ hwacharaporn@yahoo.com และ freeprisonproject@gmail.com

วิธีชำระเงิน-โอนได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผ่านชื่อบัญชี วัชราภรณ์ หวลธรรม ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเมืองทองธานีเซ็นเตอร์ 2 เลขที่บัญชี 402-293346-1 จากนั้นแจ้งการโอนมาที่อีเมล์ หรือทางมือถือคุณปุ้ย เพื่อยืนยัน

เพื่อเป็นการสนับสนุนโครงการนี้ กรุณาจองและชำระล่วงหน้าได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อจะได้มีเงินชำระค่าสนามและค่าทดรองใช้จ่ายล่วงหน้า

พิเศษสำหรับท่านที่ไม่ใช่นักกอล์ฟ แต่ประสงค์เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารเย็นที่คลับเฮาส์ เพียงท่านละ 500 บาท ในงานพบปะกันเองและการปราศรัยจาก พันเอกดร.อภิวันท์ วิริยะชัย พร้อมพริตตี้เสื้อแดงแท้ๆ และของรางวัลมากมาย

ทั้งนี้คณะผู้จัดงานขอเชิญชวนท่านนักกอล์ฟ ผู้รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตยทั้งมวลได้โปรดให้การสนับสนุนเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟการกุศลในครั้งนี้ เพราะนอกจากท่านจะได้รับความเพลิดเพลิน ได้ออกกำลังกายตามปกติแล้ว ท่านยังจะได้มีส่วนช่วยทีมงานทนายความอาสาให้มีเงินทุนทำงานเพื่อช่วยเหลือนักโทษทางการเมือง และเป็นการตอกย้ำคำว่า"เราไม่ทอดทิ้งกัน"ให้เป็นจริงในทางปฏิบัติ


กิจกรรมกอล์ฟการกุศลเพื่อเสรีภาพนักโทษการเมืองเสื้อแดงผู้ยากไร้ จะเป็นกิจกรรมที่ คณะผู้จัดงานปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้เป็นกิจกรรมที่ท่านจะบอกกับตัวเองว่า นี่เป็นกิจกรรมที่"ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ท่านไม่มีสิทธิ์จะพลาด"...

เตรียมพร้อม มาร่วมกัน สานฝันของเราปลดปล่อยเหยื่ออยุติธรรม ปลดปล่อยประเทศชาติสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

คุณสายลมรัก แห่งกลุ่มRed Cyber ผู้ร่วมจัดกิจกรรมกอล์ฟการกุศลครั้งนี้กล่าวว่า นี่เป็นกอล์ฟการกุศลครั้งที่่ 4 ที่ทางRed Cyberได้ดำเนินการจัด และได้รับความอนุเคราะห์ จากนักกอล์ฟเสื้อแดง อย่างดียิ่งทุกครั้ง

การนี้ กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกท่านทั้งหลาย คงให้ความอนุเคราะห์ ในการระดมพลรวมพลังออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือ ร่วมงานเลี้ยงตอนเย็น(อย่างเดียว) อีกครา

สำหรับนักกอล์ฟมือใหม่ มือเก่า หรือมือกลางเก่ากลางใหม่ ไม่ต้องกังวล งานนี้ไม่เน้นผลสกอร์ แม้จะมีถ้วยรางวัลให้ 4 ถ้วย ขอแค่ออกรอบ กับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ก็มีความสุขใจอย่างที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ


****

เวบไซต์สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์รายงานความก้าวหน้าในการระดมทุน และการช่วยเหลือคดีพี่น้องนักโทษเสื้อแดง

-รู้จักสำนักกฎหมาย “ราษฎรประสงค์”ทนายอานนท์ นำภา

-รู้จักโครงการกิจกรรมGolf4freedom เพื่ออิสรภาพนักโทษเสื้อแดง

16 กุมภาพันธ์ 2554

ตัวแทน "เอ็นบีที" แฉกลางวงประชุม คอป. รัฐบาลใช้สื่อจุดชนวนความรุนแรงเหตุ 10 เมษาฯ



ที่มา มติชนออนไลน์

ดูคลิปวิดิโอข่าวนี้

ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) มีการประชุมแสดงความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุปและตรวจสอบหาความจริงจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม 2553 โดยยกกรณีเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน 2553 ในวันที่เจ้าหน้าที่ขอคืนพื้นที่ถนนราชดำเนิน จนเหตุการณ์รุนแรงลุกลามทำให้ทั้งสองฝ่าย คือ พลเรือนและทหาร เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ในการประชุมแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ ทาง คอป. ได้เชิญตัวแทนจากสถานีโทรทัศน์ "เอ็บบีที" มาแสดงความคิดเห็นในฐานะสื่อที่ทำหน้าที่รายงานสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น มีรายการวิพากษ์วิจารณ์ มีการออกแถลงการณ์ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานกาณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) และภาพเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น นับว่าเป็นสื่อหลักที่ประชาชนคอยติดตามข่าวในช่วงเวลานั้น


นายปริย นวมาลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์สถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที ได้กล่าวในประชุมสะท้อนภาพการทำงานของสื่อเอ็นบีทีว่า รัฐบาลพยายามที่จะใช้ สื่อ คือ เอ็นบีที ไม่ว่าจะเป็นข้อความตัววิ่งหน้าจอหรือการจัดเวทีสนทนาจะต้องเชิญวิทยากรที่คิดเหมือนกับรัฐบาลมาแสดงความเห็นผ่านโทรทัศน์ โดยที่ผู้จัดไม่สามารถหาคนที่เป็นกลางหรือฝ่ายที่คิดเห็นแบบเดียวกับเสื้อแดงมาออกรายการได้ เพื่อที่จะโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุมเหมือนเป็นการราดน้ำมันลงในกองไฟ ซึ่งเอ็นบีทีกลายเป็นสื่อที่จุดชนวนความรุนแรงให้เกิดขึ้น

"รัฐบาลพยายามใช้องค์กรของผม ถ้าสังเกตจากตัววิ่งที่ขึ้นหน้าจอ จะเห็นว่ามีข้อความด่าคนไทยอีกกลุ่มหนึ่ง ที่คิดไม่เหมือนกับรัฐบาล ในรายการสนทนาทางผู้จัดทำรายการที่จะเชิญวิทยากรมาพูดถึงความรุนแรงในช่วงนั้น ไม่สามารถที่จะเชิญนักวิชาการที่มีความเป็นกลางหรือความคิดเห็นทางฝ่ายเสื้อแดงได้ คือ พูดง่ายๆ ระบุมาแล้วว่า จะต้องเอาคนที่คิดเหมือนรัฐบาลเท่านั้น เพื่อมาแสดงความคิดเห็นโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มประชาชนที่เห็นแตกต่างจากรัฐบาล ตรงนั้นเป็นส่วนที่เหมือนกับการราดน้ำมันลงไปในกองไฟ รัฐบาลเองก็ไม่ได้ใช้สมอง ในการเลือกหนทางที่จะแก้ปัญหาให้ถูกต้อง" นายปริย กล่าว

"ทำไมผมถึงพูดแบบนี้เพราะว่าองค์กรของผมได้รับความเดือดร้อนไม่ว่าจะเป็น ระเบิดเอ็ม 79 ก็ยอมรับว่า บางรายการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่สร้างสรรค์ เจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายยอมรับว่า บุคลากรและเจ้าหน้าที่ก็เป็นบุคคลที่น่าเห็นใจ ไม่ว่ารัฐบาลใดจะมาก็ต้องทำไปตามเนื้อหาที่รัฐบาลต้องการ เพราะว่าสื่อที่ผมทำงานอยู่ก็เป็นตัวจุดชนวนให้เกิดความรุนแรง มีมุมตรงนี้ในเบื้องต้น " นายปริย กล่าว

นายปริย กล่าวว่า ความรุนแรงมาจากตรงนี้ส่วนหนึ่งรัฐบาลหลีกเลี่ยงได้ แต่เลือกที่จะมองประชาชนกลุ่มหนึ่งเป็นศัตรูของตัวเอง ทำให้นำพาเหตุการณ์ไปสู่ความรุนแรง ถ้า คอป.จะไปเจาะข้อมูลจากบุคลากรในสถานี เชื่อว่า 90 เปอร์เซนต์ไม่มีใครกล้าพูด เหตุผลก็น่าจะทราบว่าพวกตนรับเงินเดือนจากรัฐบาล แต่ส่วนตัวเห็นใจประชาชนจึงกล้าออกมาพูดเช่นนี้