23 กุมภาพันธ์ 2555

ตรรกะ ๑๐ ประการของโซเชียลมีเดีย

โซเชียลมีเดียตอบสนองโดยตรงต่อความพยายามเรียกร้องหรือโหยหาเสรีภาพและอิสรภาพในการสื่อสาร ที่ปัจเจกชนในฐานะของสมาชิกในกลุ่มหรือเครือข่ายทางสังคมต่างๆ ปรารถนามานาน เท่าที่ผ่านมารัฐและกลุ่มทุนผูกขาดในนามขององค์ธุรกิจขนาดใหญ่ เป็นผู้ควบคุมการสื่อสารทางสังคมแต่เพียงฝ่ายเดียว

โดย ผศ. ดร. พัฒนา กิติอาษา
ภาควิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์


ผมมีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย (social media) และเครือข่ายทางสังคมบนโลกออนไลน์ค่อนข้างจำกัด ด้วยความที่ตัวเองเกิดและเติบโตในโลกก่อนยุคการสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์หลายปี

ผมรู้สึกได้ถึงความล้าสมัย หงุดหงิด และงุ่นง่านพอสมควร เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารบนโลกออนไลน์โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียในรูปแบบต่างๆ

ผมบอกตัวเองและคนรอบข้างบ่อยๆ ว่าโลกนี้ สังคมนี้ และชีวิตนี้ มันช่างซับซ้อนขึ้นทุกวัน

ในสังคมโลกที่มีเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นใหญ่ ผมตระหนักว่าโซเชียลมีเดียทั้งหลายได้ทวีความสำคัญจนถึงขั้นรุกเข้ามาครอบงำชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเป็นลำดับ

เราจะปฎิเสธโลกเทคโนโลยีและอิทธิพลของเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ก็เห็นจะเป็นไปไม่ได้

เราจะปลีกวิเวกตัวเองตัดขาดจากการสื่อสารดังกล่าวอย่างสิ้นเชิงก็เห็นจะไม่ไหว เพราะว่าวิชาชีพ หน้าที่การงาน และสังคมที่ตัวเองใช้ชีวิตอยู่ได้เปลี่ยนแปลงหมุนไปตามโลกของนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ทุกขณะจิต

เอาวะ... ยังไงก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีกันบ้าง

ผมพยายามทำความเข้าใจบทบาทและความสำคัญของโซเชียลมีเดียผ่านสิ่งที่ผมเรียกว่า “ตรรกะ” หรือความเป็นเหตุเป็นผลบางอย่างของเทคโนโลยีคลื่นลูกใหม่ที่กำลังดาหน้าเช้าครอบงำชีวิตทางสังคมของผู้คนทั่วโลกในขณะนี้

ผมควรจะเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจเสียก่อนว่า โซเชียลมีเดีย หรือสื่อออนไลน์ที่เน้นการสร้างระบบการสื่อสารผ่านเครือข่ายทางสังคมนั้น มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง ทำงานอย่างไร รวมทั้งมีผลกระทบต่อสังคมและชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างไรบ้าง

ผมค้นข้อมูลเรื่องโซเชียมีเดียผ่านเสิร์ชเอ็นจิ้นของกูเกิ้ลเดี๋ยวเดียวก็ได้เรื่อง ผมไม่มีเวลาลงลึกมากมาย แต่ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลออนไลน์ เช่น Wikipedia, Slideshare, หรือข้อเขียนตามเว็ปต่างๆ ก็ช่วยให้ภาพและรายละเอียดการทำงานของเทคโนโลยีการสื่อสารที่เราเรียกว่า โซเชียลมีเดีย อย่างมากมายทั้งภาคภาษาอังกฤษและภาษาไทย

ในบทความเรื่อง “Users of the World, Unite: the Challenges and Opportunities of Social Media” แอนเดรียส เคปลานและไมเคิล แฮนเลน (Andreas Kaplan and Michael Haenlein) (๒๐๑๐) นำเสนอว่า
โซเชียลมีเดียเป็นรูปแบบการสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่พลิกเปลี่ยนโฉมหน้าของโลกการสื่อสารของมนุษยชาติจากการสื่อสารทางเดียวที่ควบคุมโดยสื่อกระแส่หลัก เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ ฯลฯ ให้เป็นการสื่อสารสองทางหรือหลายทางที่มีการตอบโต้แลกเปลี่ยนกันในทันทีทันใด โซเชียลมีเดียอาศัยฐานของเว็ปไซท์และเทคโนโลยีการสื่อการเคลื่อนที่ (web-based and mobile technologies) และเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเว็ปในรุ่นที่ ๒.๐ (application of Web 2.0)

ผู้เขียนบทความทั้งสองท่าน (เคปลานและแฮนเลน) ยังได้แบ่งรูปแบบของโซเชียลมีเดียออกเป็น ๖ ประเภทด้วยกัน ได้แก่

๑) โครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างเจ้าของเว็ปกับผู้ใช้งาน เช่น วิกิพีเดีย

๒) บล็อกส์และไมโครบล็อกส์ เช่น ทวิตเตอร์

๓) ชุมชนที่เน้นเนื้อหาสาร เช่น ยูทูป

๔) เว็ปไซท์เครือข่ายทางสังคม เช่น เฟสบุคส์

๕) เกมส์ในโลกความจริงเสมือน เช่น เวิลด์ ออฟ วอร์คราฟ และ

๖) โลกในสังคมเสมือนจริง เช่น เซคั่น ไลฟ์

เราเรียกสื่อเหล่านี้ว่า สื่อทางสังคมหรือโซเชียลมีเดียเพื่อเน้นความแตกต่างตามธรรมชาติของตัวสื่อที่แยกตัวออกจากสื่อกระแสหลัก ซึ่งเป็นสื่อที่ประกอบการในรูปแบบธุรกิจอุตสาหกรรม (industrial media) อย่างชัดเจน

ส่วนข้อมูลในภาคภาษาไทยที่ให้ความรู้สังเขปเกี่ยวกับโซเชียลมีเดียได้ชัดเจนมาก ได้แก่ สไลด์ประกอบการบรรยายเรื่อง “โซเชียลมีเดีย” ของ ผศ. ดร. กานดา รุณนะพงศา สายแก้ว ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น(http://www.slideshare.net/krunapon/social-media-5661152)

สไลด์ชุดนี้ให้ภาพของโซเชียลมีเดียได้กระชับ ชัดเจน และเข้าใจง่าย

ท่านนำเสนอว่า
โซเชียลมีเดีย หมายถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ทำให้ผู้ใช้แสดงความเป็นตัวตนของตนเอง เพื่อมีปฎิสัมพันธ์กับหรือแบ่งปันข้อมูลกับคนอื่น โซเชียลมีเดียต่างกับมีเดียรูปแบบอื่นก็คือ เป็นการสื่อสาร ๒ ทางและผู้ใช้มีแนวโน้มที่จะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนบทความสั้นๆ ที่สื่อสิ่งพิมพ์รายงานไว้ เช่น สกู้ปพิเศษของ “คมชัดลึก” เรื่อง “โซเชียลเน็ตเวิร์ค-โซเชียลมีเดีย” (http://www.komchadluek.net/detail/) ได้ชี้ให้ผู้อ่านเห็นว่า
ความนิยมอย่างสูงของโซเชียลมีเดียในรูปแบบต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของระบบการสื่อสารจากการสื่อสารทางเดียวเป็นการสื่อสารสองทาง รวมทั้งได้อธิบายให้เห็นถึงความเป็นดาบสองคม หรือด้านบวกและลบของโซเชียลมีเดีย

ส่วนข้อเขียนสั้นๆ เรื่อง “๗ เทคนิคใช้โซเชียลมีเดีย”(http://www.thaibizcenter.com/KnowledgeCenter.asp?kid=9458) ก็เป็นการแนะนำวิธีใช้งานที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านหรือผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียทั่วไป

โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อชีวิตทางสังคมสมัยใหม่อย่างมหาศาล เพราะสื่อดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้คนผู้ใช้สื่อมีบทบาทในการผลิตตัวสารด้วยตนเอง นำเสนอ เผยแพร่สรรพสาระหรือเนื้อหาต่างๆ ผ่านสื่อด้วยตัวเองไปยังกลุ่มคนหรือเครือข่ายชุมชนออนไลน์ที่ตัวเองต้องการ รวมทั้งตอบสนองต่อสรรพสาระต่างๆ ด้วยการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวอย่างอิสระเสรี ที่สำคัญ การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย (ส่วนใหญ่) ปลอดพ้นจากอำนาจตรวจสอบควบคุมโดยหน่วยงานของรัฐ

กล่าวให้กระชับก็คือ โซเชียลมีเดียตอบสนองโดยตรงต่อความพยายามเรียกร้องหรือโหยหาเสรีภาพและอิสรภาพในการสื่อสารที่ปัจเจกชนในฐานะของสมาชิกในกลุ่มหรือเครือข่ายทางสังคมต่างๆ ปรารถนามานาน เท่าที่ผ่านมารัฐและกลุ่มทุนผูกขาดในนามขององค์ธุรกิจขนาดใหญ่เป็นผู้ควบคุมการสื่อสารทางสังคมแต่เพียงฝ่ายเดียว


ทุกวันนี้โซเชียลมีเดียเปิดพื้นที่และให้โอกาสแก่ปัจเจกชน กลุ่มทางสังคม หรือองค์กรธุรกิจขนาดต่างๆ ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของตัวเอง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมต่างๆ ด้วยตนเองได้ เข้าถึงผู้รับสารหรือผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย หรือต้องรอไฟเขียวจากบรรดาหน่วยงานที่มีอำนาจอาญาสิทธิ์หรือกลุ่มทุนผูกขาดสื่ออุตสาหกรรมกระแสหลัก

ในสังคมโลกยุคออนไลน์ เรามีความจำเป็นบางอย่างที่จะต้องทำความเข้าใจถึงตรรกะของโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตประจำวันของเรา โซเชียลมีเดียนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่มีผลต่อการมองโลก การติดต่อสื่อสาร การทำงาน และการใช้ชีวิตทางสังคมของพวกเราโดยตรง

ผมพยายามครุ่นคิดถึงบทบาทและความสัญขอองโซเชียลมีเดียในสังคมโลกทุกวันนี้ ในที่นี้ผมจะนำเสนอตรรกะ ๑๐ ประการของโซเชียลมีเดียดังต่อไปนี้

ประการที่หนึ่ง โซเชียลมีเดียเป็นผลผลิตของนวัตกรรมหรือเทคโนโลยียุคดิจิตอล (digital innovation) ที่สามารถย่อโลก ย่นกาลเวลา นำพาผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน ใช้ชีวิตในสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

รวมทั้งมีวิถีชีวิต รสนิยม สถานภาพทางสังคม และหน้าที่การงานที่แตกต่างกันให้มาพูดคุยกันหรือมีปฎิสัมพันธ์กันอย่างเข้มข้นบนโลกออนไลน์ ด้วยนวัตกรรม เช่น โซเชียลมีเดียในรูปแบบต่างๆ ภูมิศาสตร์หรือสถานที่และกาลเวลาจึงไม่ใช่อุปสรรคของการติดต่อสื่อสารของมวลมนุษย์อีกต่อไป

ประการที่สอง โซเชียลมีเดียได้สร้างโลกของความจริงเสมือน(virtual reality) ขึ้นมาและดึงดูดผู้คนจำนวนมหาศาลเข้าติดต่อสื่อสารกันอยู่ในโลกเสมือนจริง

ความจริงที่ว่านี้มันคลับคล้ายคลับคลา เราติดต่อพูดคุยกับคนที่เรารู้จักและไม่รู้จักอยู่คนละขอบฟ้าได้จริง แต่เราก็รู้สึกว่ามันไม่จริงอย่างที่เราคุ้นเคย ชีวิตเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปปรากฎตัวอยู่ในโลกความจริงทั้งในสถานที่และกาลเวลาจริงๆ จึงจะติดต่อธุรกิจหรือพูดคุยเล่นหัวกันได้

ประการที่สาม หัวใจของการติดต่อสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียคือ การไหลเวียนอย่างอิสระของข้อมูลข่าวสาร (autonomous and free flow of information) อิสรภาพและเสรีภาพในการติดต่อสื่อสารของผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

ถ้าหากการสื่อสารผ่านสื่อประเภทนี้เต็มไปด้วยการเซ็นเซอร์ ข้อห้าม หรือกฎกติกาที่เข้มงวดเกี่ยวกับการผลิตหรือเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลในรูปแบบต่างๆ เราไม่อาจเรียกสื่อนั้นได้ว่าเป็นโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้โซเชียลมีเดียย่อมมีอำนาจในการตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกสื่อที่เป็นช่องทางในการสื่อสารของตัวเอง ด้วยตัวเอง และเพื่อตัวเองเป็นสำคัญ

ประการที่สี่ ความงามของโซเชียลมีเดียอยู่ที่ความสามารถในการดึงเอาบรรดาผู้ใช้ “คอเดียวกัน” (similar social taste and lifestyle) มาพบปะสนทนาหรือแลกเปลี่ยนปฎิสัมพันธ์กันในปริมณฑลของชุมชนออนไลน์เหมือนกัน

อันที่จริง คำว่า “คอเดียวกัน” เป็นภาษาของวงการน้ำเมา หมายถึงกลุ่มคนที่มีความคิดความอ่าน รสนิยม พื้นฐานทางครอบครัวและสังคม วิชาชีพ ความสนใจ รวมทั้งไลฟ์สไตล์คล้ายๆ กัน ชอบอะไรคล้ายๆ กัน

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียย่อมผลิตและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารจากพื้นฐานความสนใจเฉพาะของตนเองเป็นสำคัญ จิตวิญญาณของการถกเถียง แลกเปลี่ยนหรือแบ่งปันย่อมเริ่มต้นจากพื้นฐานทางสังคมของตนเอง แล้วแสวงหาบรรดาเพื่อนหรือญาติพี่น้องสมมติในพื้นที่ของสังคมออนไลน์ที่ชื่นชอบกิจกรรมหรือประเด็นอะไรที่เรียกได้ว่า “คอเดียวกัน”

ประการที่ห้า โซเชียลมีเดียขับเน้นความเป็นปัจเจกชนนิยม (individualism) ของผู้ใช้ให้เด่นชัดมากขึ้น การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่า ความแตกต่างหลากหลายทางบุคลิกภาพ รสนิยม ระดับการศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือเพศสภาพไม่ใช่ปัญหาอุปสรรค

หากแต่เป็นต้นทุนทางสังคมที่ต้องนำมาเปิดเผย แลกเปลี่ยนหรือปฏิสัมพันธ์กับสมาชิกคนอื่นๆ ในพื้นที่ความจริงเสมือนสังคมออนไลน์ การเปิดเผยอัตลักษณ์ทางสังคมหรือข้อมูลส่วนตัวที่แตกต่างหลากหลายและเป็นปัจเจกชนนิยมกลับเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียถือคติที่ว่า คนเรามีดีก็ต้องอวดต้องโชว์ให้คนอื่นได้รับรู้บ้าง การอวดการโชว์หรือการอัพเดทสถานะของตัวเองไม่ใช่เรื่องที่น่าอายหรือต้องแอบทำแบบเขินๆ ลับๆ ล่อๆ อีกต่อไป หากแต่ต้องทำด้วยความมั่นใจและด้วยสไตล์ที่โดดเด่นเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งนี้เพื่อเรียกร้องความสนใจหรือการตอบสนองจากบรรดามิตรแฟนเพลงร่วมเครือข่ายเดียวกัน

ประการที่หก สมาชิกผู้ใช้โซเชียลมีเดียมีบทบาท สไตล์หรือแนวการผลิตและแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลแตกต่างกัน (diverse roles, styles, and approaches) บางคนรู้หน้าที่ กฎ กติกา มารยาทเป็นอย่างดีก็เป็นผู้นำ หรือสมาชิกที่ดี ส่วนคนที่มาร้าย ดุดัน หรือก่อความโกลาหลวุ่นวาย ต่อต้านสังคมก็ทำหน้าที่เป็นตัวป่วนไป

บางคนก็เลือกที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ชมผู้อ่าน ผู้ใช้บริการ คอยสังเกตการณ์หรือติดตามอยู่ห่างๆ โยไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นหรือปฏิสัมพันธ์โดยตรง

ประการที่เจ็ด สังคมโซเชียลมีเดียมีความเป็นอิสระและประชาธิปไตยที่ค่อนข้างเปิดกว้าง (open, democratic, users-friendly properties) ผู้ใช้หรือสมาชิกต่างก็มีความเป็นอิสระ เป็นเอกเทศ เป็นตัวของตัวเอง และตัดสินใจต่างๆ ด้วยตนเอง แต่ละสื่ออาจมีกฎ กติกา มารยาทของตนเอง มีบทลงโทษหรือบทตอบแทนสมาชิกที่ทำความดีเป็นของตัวเอง

แต่ธรรมชาติของการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์มักจะปรากฏในลักษณะของการชื่นชม ให้กำลังใจ แซว เล่นหัวกันอย่างสนุกสนาน ทักท้วงหรือประท้วงอย่างสุภาพ ต่อว่าอย่างตรงไปตรงมา ด่าว่าประณาม ไปจนถึงแอดมินและสมาชิกส่วนใหญ่รวมหัวกันลงประชามติขับไล่ออกจากการเป็นสมาชิกของชุมชน

แม้ว่าโซเชียลมีเดียจะเปิดกว้างและมีการควบคุมที่ค่อนข้างหละหลวม แต่ชีวิตและความเป็นไปของสังคมออนไลน์ก็สะท้อนโลกความเป็นจริงแท้ในแง่ที่ว่า มารยาทและกฎกติกาทางสังคมเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นพอสมควรในการจัดระเบียบการใช้งานของมวลสมาชิกในชุมชนออนไลน์เดียวกัน

ประการที่แปด โซเชียลมีเดียทำงานอย่างได้ผลเมื่อมวลสมาชิกมีน้ำใจเป็นนักกีฬา อารมณ์ขัน และจิตวิญญาณในการแลกเปลี่ยน เรียนรู้และแบ่งปันอย่างแท้จริง (courtesy, humor, and cheerful spirit) มารยาททางสังคมเป็นสิ่งสำคัญ แต่จิตวิญญาณของมวลสมาชิกในสังคมออนไลน์นั้นเน้นความสำคัญของน้ำจิตน้ำใจ อารมณ์ขันหรือความตื่นตัวปรารถนาดีต่อเพื่อนหรือพี่น้องร่วมชุมชนเดียวกันไม่แพ้หลักจริยธรรมของการอยู่ร่วมกันในชุมชนปกติทั่วไป

ประการที่เก้า แม้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจะได้ประโยชน์หรือใช้งานนวัตกรรมในโลกความจริงเสมือนอย่างจริงจัง แต่ในชีวิตประจำวันพวกเรากลบใช้คำว่า “เล่น” (play) นำหน้ากิจกรรมออนไลน์เสมอ เช่น เล่นเน็ต เล่นเฟสบุค เล่นเกมส์ออนไลน์ ฯลฯ

โซเชียลมีเดียในแง่นี้จึงมีสถานภาพเหมือนกับของเล่น ซึ่งผู้ใช้สามารถใช้งานในการสื่อสารเพื่อธุรกิจการงาน แหล่งบันเทิง ช่องทางในการพูดคุยกับเพื่อนกลุ่มคอเดียวกัน ค้นหาความรู้หรือติดตามข่าวสารสถานการณ์โลก ฯลฯ ในแง่นี้โซเชียลมีเดียทำหน้าที่เป็นส่วนขยายของพื้นที่ชีวิตประจำวันเข้าไปในจินตนาการและปฎิสัมพันธ์ทางสังคมในโลกความจริงเสมือนได้อีกทางหนึ่ง

ประการสุดท้าย โซเชียลมีเดียช่วยให้คำนิยาม พื้นที่ และเครื่องหมายแสดงอัตลักษณ์ทางสังคม (definition, space, and marker of social identity) ของปัจเจกบุคคลในสังคมโลกยุคออนไลน์ ตัวตนของผู้คนในโลกที่เต็มไปด้วยการสื่อสารหรือแลกเปลี่ยนไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารที่เข้มข้นผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับสื่อโซเชียลมีเดียที่ตนเองเลือกใช้

โซเชียลมีเดียจึงทำหน้าที่เสมือนหน้าต่างบานสำคัญที่ผู้ใช้แต่ละคนใช้สำหรับเปิดส่องดูความเป็นไปของโลก หรือต้อนรับเพื่อน พี่น้อง หรือคนแปลกหน้าให้เข้ามาชมความลึกตื้นหนาบางของตัวเอง

กล่าวโดยสรุปแล้ว ตรรกะของโซเชียลมีเดีย แท้ที่จริงคือตรรกะของการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมยุคเทคโนโลยีการสื่อสารออนไลน์ ตรรกะหรือความเข้าใจเชิงเหตุผลของสังคมโลกทุกวันนี้นับว่าถูกกำหนดโดยตัวนวัตกรรมการสื่อสารไม่น้อยไปกว่ากฎ กติกา และมารยาททางสังคมวัฒนธรรมของคนเรา

ชีวิตทางสังคของเราทุกวันนี้ต่างจากอดีตมากน้อยเพียงใด ตัวตนของเราทุกวันนี้ผูกติดกับอะไรบ้าง รูปแบบและสไตล์การใช้ชีวิตของเราทุกวันนี้ซับซ้อน เปราะบาง หรืออ่อนไหวมากน้อยเพียงใด

เราสามารถอธิบายได้ผ่านตรรกะเล็กๆ แต่มีอิทธิพลในการปฏิวัติหรือจัดระเบียบการสื่อสารของมวลมนุษย์ครั้งสำคัญของโซเชียลมีเดียทั้ง ๑๐ ประการที่ผมนำเสนอในที่นี้

ตรรกะของโซเชียลมีเดียช่างสื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงตรรกะของชีวิตทางสังคมของผู้คนในโลกยุคต้นศตวรรษที่ ๒๑ ได้อย่างลึกซึ้งน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก

*******
เกี่ยวกับผู้เขียน
ผศ.ดร.พัฒนา กิติอาษา จบปริญญาเอกด้านมานุษยวิทยา จาก University of Washington ปัจจุบันเป็นอาจารย์ภาควิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ Email: seapk@nus.edu.sg